างนั้นหรือ?”
“ก็…ก็ไม่เชิง ข้าทิ้งจดหมายเอาไว้แล้ว!” เหยียนจื่อเซียงพูดอย่างอึดอัดใจ “ที่จริงแล้ว ข้ามาที่นี่เพื่อหาท่านลุง นอกจากต้องการให้ท่านลุงช่วยข่มขู่ตระกูลเวินแล้ว ก็ยังเพราะพ่อแม่ข้าวุ่นวายให้ข้าแต่งงานอีก…ท่านดูสิ ข้าเพิ่งผอมลงมาไม่นาน ชุดแต่งกายของหญิงสาวข้ายังไม่ทันได้ใส่ให้พอใจเลย ก็ต้องแต่งงานแล้ว ต้องเปลี่ยนมาใส่ชุดภรรยา ข้าไม่ยอมหรอก หญิงที่แต่งงานแล้วต้องใส่สีเข้ม แต่ข้าชอบสีอ่อน สีสันสดใส ข้าอยากงามอีกสักสองสามปี!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เยว่หานก็ได้แต่ยิ้มอย่างไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี นางได้แต่ปลอบใจเหยียนจื่อเซียงแล้วสัญญาว่าจะพาไปพบท่านลุง ทำให้เหยียนจื่อเซียงยอมสงบลงได้
ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังพูดคุยกับเหยียนจื่อเซียงอยู่นั้น คนเฝ้าประตูก็เข้ามารายงานว่าคุณชายเวินมาส่งจดหมายและขอพบฮูหยินของขุนพล
หลี่เยว่หานคิดว่าภายในเรือนนี้เป็นที่อยู่ของสตรี จึงสั่งให้คนพาเวินเทียนเหล่ยไปยังห้องโถงหน้าบ้านก่อน แล้วนางจึงเปลี่ยนเป็นชุดลำลองและพาเหยียนจื่อเซียงไปยังลานหน้าบ้าน
ยังไม่ทันไปถึงห้องโถงใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล หลี่เยว่หานก็ได้ยินเสียงของเวินเทียนเหล่ยที่กำลังบ่นนี่นั่น
“พวกท่านในจวนขุนพลนี้ทำไมไม่มีชาที่ดีสักหน่อย ถ้าไม่มีจะบอกข้าหรือไม่ ข้ามีชาดีมากมาย ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ของข้ากับท่านขุนพลและฮูหยินของเขา ต่อให้เป็นชาดีแค่ไหน ข้าก็ไม่คิดจะรับเงินจากท่านเลยนะ!”
“อ้าว