ากมาย
อย่างไรก็ตาม แผนการของเวินเทียนเหล่ยนั้นเสี่ยงเกินไป การขยายกิจการอย่างรวดเร็วและล้มละลายอย่างฉับพลันย่อมทำให้ท่านอ๋องรองสงสัยแน่นอน
แต่ด้วยความที่เวินเทียนเหล่ยทำเรื่องเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง ท่านอ๋องรองถึงแม้จะสงสัย แต่ก็คงไม่สืบสวนลงลึกนัก
“ข้าตามตื๊อเขาให้พาข้าเข้าเมืองหลวงครั้งนี้ ก็เพราะอยากไปหาน้าของข้า” หลิงซีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พ่อแม่กับพี่ชายของข้าไม่รู้ว่าคิดอย่างไร ถึงได้ไปตกลงยอมรับความเสียหายร่วมกับเวินเทียนเหล่ย ข้าจึงต้องแอบไปหาน้า ให้ช่วยจัดการกับความหยิ่งยโสของเวินเทียนเหล่ย!”
พูดจบ หลิงซีก็กำหมัดแน่น
หลี่เยว่หานเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าคิดบ้างไหมว่าสิ่งที่เจ้าคิด พ่อแม่ของเจ้าก็อาจจะคิดได้เหมือนกัน การที่พวกเขายอมรับข้อตกลงนั้นกับเวินเทียนเหล่ย อาจมีเหตุผลบางอย่างก็ได้นะ?”
“ไม่มีเหตุผลอะไรจะมาสำคัญไปกว่าเงินหรอกเจ้าค่ะ! เวินเทียนเหล่ยก็แค่คนที่หาเรื่องโกงเงินชัด ๆ!” หลิงซีทำปากยื่นด้วยความไม่พอใจ “แถมเขายังทำตัวเหมือนลูกผู้ดีที่เหลวไหลทั้งวัน ไม่เห็นจะมีความสามารถอะไร นอกจากใช้ชื่อเสียงของตระกูลที่เป็นพ่อค้าหลวงชั้นหนึ่ง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็ส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม “เวินเทียนเหล่ยดูเผิน ๆ เหมือนคนไม่คิดอะไรมาก แต่ความจริงแล้วเขาเป็นคนละเอียดอ่อนมากเลยนะ หลิงซี ข้าว่ามาลองพนันกันไหม ข้าพนันว่าน้าของเจ้า เมื่อรู้เรื่องนี้แล้ว ก็อา