ช่วยเจ้าน้อยไปหรือ!”
“หากเจ้าจะพูดเช่นนั้น ข้าก็ช่วยเจ้าไม่น้อยเหมือนกัน!”
…
ทั้งสองคนราวกับถังดินปืนที่ถูกจุดไฟ ต่างพูดโต้ตอบกันไปมา หลี่เยว่หานนั่งอยู่ตรงนั้นมองอย่างตาค้างปากหวอ
จากบทสนทนาของทั้งคู่ หลี่เยว่หานได้ปะติดปะต่อความจริงออกมา
นั่นก็คือ เวินเทียนเหล่ยแต่เดิมไม่ได้ตั้งใจจะกลับเมืองหลวง ครั้งนี้ที่กลับมาก็เพราะถูกเมิ่งฉีฮ่วนร้องขอหลายครั้ง สาเหตุที่กลับมาดูเหมือนจะเป็นเพราะไม่มีใครดูแลกิจการในนามหลี่เยว่หานอย่างเหมาะสมและเมิ่งฉีฮ่วนก็ไม่รู้ด้วยว่าหลี่เยว่หานได้ตั้งใจจะมอบหมายให้ตระกูลหลิว…
จากนั้นเวินเทียนเหล่ยในที่สุดก็ถูกเมิ่งฉีฮ่วนชักชวนให้กลับเมืองหลวง แต่กิจการของ หลี่เยว่หานในเมืองหลวงกลับถูกหลี่เยว่หานมอบให้คนตระกูลหลิวไปแล้ว…
เมิ่งฉีฮ่วนโทษเวินเทียนเหล่ยที่ไม่กลับมาเร็วกว่านี้ เขาไม่ไว้ใจคนตระกูลหลิวกลัวว่า หลี่เยว่หานจะเสียเปรียบ
เวินเทียนเหล่ยโทษเมิ่งฉีฮ่วนที่ไม่ว่ามีเรื่องอะไรก็ปิดบังไม่บอกหลี่เยว่หาน ทำให้ทั้งสองคนต้องเสียแรงไปเปล่า ๆ กลับกลายเป็นเอื้อประโยชน์ให้คนตระกูลหลิว
“พอได้แล้ว! อย่าทะเลาะกันอีกเลย!” หลังจากสรุปความคิดได้แล้วหลี่เยว่หานก็ทุบโต๊ะตะโกนเสียงดัง
สองคนที่กำลังทะเลาะกันอย่างเมามันเหมือนถูกหยุดลงพร้อมกัน ต่างก็เอาเท้าลงจากเก้าอี้ นั่งกลับเข้าที่แต่ก็ไม่มองหน้ากันเลยสักนิด…