ลี่เยว่หานไม่รับคำพูดของเขา เขาก็ไม่พูดอะไรอีก
เห็นเหตุการณ์แบบนี้แล้ว หลี่เยว่หานก็หายใจออกมา “พวกเจ้าสองคนมีปัญหาอะไรกันแน่ ข้านั่งอยู่ตรงนี้แค่ครู่เดียวก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติระหว่างพวกเจ้าแล้ว ทะเลาะกันอย่างนั้นหรือ?”
พูดจบหลี่เยว่หานก็หันไปมองเมิ่งฉีฮ่วน “เจ้าว่ามา ตั้งแต่เจ้าเข้ามาก็ไม่ค่อยพูดอะไร แบบนี้มันไม่ถูก!”
ไม่คิดว่าหลี่เยว่หานจะพูดตรง ๆ แบบนี้ เมิ่งฉีฮ่วนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะ “ข้าไม่มีอะไรจะพูด ท่านน้อยเวินหายากที่จะกลับมาเยี่ยมเยียนเมืองหลวงสักครั้ง ต้องต้อนรับให้ดีสิ”
“เมิ่งฉีฮ่วนอย่ามาพูดจาหวานเย็นใส่ข้า” เวินเทียนเหล่ยหัวเราะเย็นชา “ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าตายด้านอยากให้ข้ากลับมา ข้าก็ไม่อยากกลับมาหรอก! ดีละ ตอนนี้ข้ากลับมาแล้ว เจ้ายังจะมาทำหน้าใส่ข้าอีก เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะไปพรุ่งนี้เลย!”
“เจ้าจะไปก็ไป” ภายใต้สายตาจับจ้องของหลี่เยว่หาน เมิ่งฉีฮ่วนถึงกับกลอกตา…
“นี่เจ้าพูดเองนะ อย่ามาส่งจดหมายไปที่อำเภอหวาซีทุกวันสามวันเชียว เร่งให้ข้ากลับมา ครั้งหน้าถึงเจ้าจะมาขอร้อง ข้าก็จะไม่กลับมาอีกแล้ว!” เวินเทียนเหล่ยโมโหจนทุบโต๊ะเสียงดัง
เมิ่งฉีฮ่วนก็ไม่ยอมแพ้ “เจ้าจะไปก็ไป จะกลับก็กลับ ยังไงเรื่องของตระกูลเวินข้าก็ไม่อยากยุ่ง ถ้าเจ้าไปแล้วก็อย่าให้ข้าช่วยดูแลตระกูลเวินอีก!”
“เจ้ายังมีแรงอีกนะ!”
“เจ้าต่างหากที่เริ่มก่อน!”
“เจ้าลองบอกข้ามาซิว่าตลอดหลายปีมานี้ข้า