ลานซั่วที่ขุนนางมากมายอยากจะซื้อตัว กลับถูกเจ้าซื้อตัวไปได้!” เวินเทียนเหล่ยอุทานด้วยความประหลาดใจ “เจ้าอาจไม่รู้ก็ได้ว่าแม่นางหลานซั่วเป็นที่ต้องการตัวมากแค่ไหนในเมืองหลวง!”
“ถ้าข้าไม่รู้ ข้าจะซื้อตัวนางได้ยังไงกัน” หลี่เยว่หาน ชำเลืองมองไปที่เวินเทียนเหล่ย รู้สึกว่าเขาโง่ลงไปหน่อย
“ก็ใช่แหละ เจ้าสามารถดึงจีหยางมาอยู่ใต้บังคับบัญชาได้ การที่จะดึงแม่นางหลานซัวมาคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเจ้า” เวินเทียนเหล่ยลูบหน้า รู้สึกว่าตัวเองพูดอะไรไม่เข้าท่าไปอีกแล้ว
แม้แต่หลี่เยว่หานที่ช้าความรู้สึกยังสังเกตเห็นว่าบรรยากาศตอนนี้ดูแปลก ๆ ไปหน่อย
ก่อนหน้านี้ตอนเวินเทียนเหล่ยและเมิ่งฉีฮ่วนเจอกัน บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสองไม่เคยเป็นแบบนี้เลย แต่วันนี้ไม่รู้ทำไมเมิ่งฉีฮ่วนถึงได้แค่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่พูดอะไร มองดูเวินเทียนเหล่ยคุยกับนาง แค่นี้ยังไม่พอยังไม่ยอมให้เวินเทียนเหล่ยเห็นสีหน้าที่ดีอีกต่างหาก
หรือว่าพวกเขาทั้งสองจะมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่านะ?
คิดแบบนี้แล้ว หลี่เยว่หานอดที่จะแอบสังเกตสีหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้
กลับเห็นเขากำลังมองถ้วยเล็ก ๆ ในมือด้วยสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้วยนั้นก็แค่ถ้วยกระเบื้องสีขาวธรรมดา ๆ แต่กลับถูกเมิ่งฉีฮ่วนเล่นไปมาในมือราวกับเป็นของล้ำค่าหายากอะไรอย่างนั้น
มองไปที่เวินเทียนเหล่ย เขาก็ถือถ้วยเล็ก ๆ ในมือเหมือนกัน แต่ไม่ได้เล่นมัน กลับมีสีหน้าครุ่นคิดหนักอกหนักใจ ห