เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานในที่สุดก็ยอมรับของขวัญ หลิ่วฟูเหริน จึงคลายใจลงได้ “ข้าแค่มาเยี่ยมเจ้า ตอนนี้เห็นว่าเจ้ามีสีหน้าดีขึ้นก็จะไม่รบกวนเจ้าแล้ว ข้าจะขอกลับก่อน”
“ในเมื่อท่านแม่มาแล้วก็อยู่ต่ออีกสักครู่เถิด” หลี่เยว่หานยิ้มพลางลุกขึ้น กระตือรือร้นจูงแขนหลิ่วฟูเหรินพาไปที่โต๊ะอาหารด้านข้าง “ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงแล้ว ในครัวก็ได้เตรียมอาหารเมนูพิเศษของอำเภอหย่งอันไว้ด้วย ท่านแม่โปรดรับประทานอาหารกลางวันกับข้าก่อนแล้วค่อยกลับไป”
หลิ่วฟูเหรินตอนแรกก็คิดจะปฏิเสธ แต่พอคิดอีกทีหลี่เยว่หานก็รับของขวัญไปแล้ว ในใจของนางก็คงจะวางเรื่องนี้ลงแล้ว การที่นางเชิญให้อยู่ทานข้าวตอนนี้ก็คงเป็นการแสดงไมตรีจิต
คิดแบบนี้แล้ว หลิ่วฟูเหรินก็พยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็ดี พูดถึงการใช้ชีวิตอยู่ที่อำเภอหย่งอันเกือบทั้งชีวิต ตอนนี้ต้องจากบ้านเกิดไปหากินที่อื่น ในใจข้าก็รู้สึกเศร้าใจไม่น้อย”
ระหว่างที่คุยกันทั้งสองก็นั่งลงที่โต๊ะอาหารในห้องดอกไม้ หลี่เยว่หาน สั่งให้หมิงจูไปเอาอาหารมาแล้วก็คุยกับหลิ่วฟูเหรินอย่างสนิทสนม
“น้องสาวของเจ้าตอนนี้นิสัยดีขึ้นกว่าตอนยังไม่ได้แต่งงานมากทีเดียว” หลิ่วฟูเหรินพูดถึงหลี่หรงหรงขึ้นมาเอง “ตั้งแต่นางให้กำเนิดฉุยเอ๋อร์ นางก็ทุ่มเทดูแลฉุยเอ๋อร์อย่างเต็มที่ ดูมีท่าทางเป็นแม่ที่อ่อนโยนมากทีเดียว”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็พยักหน้า “ตอนที่หลี่หรงหรงอยู่บ้านเดิม นางก็เคยเรียนหนังสือ คิ