ท่านพี่ใหญ่หลิ่วยืนกรานจะแยกครอบครัว จวนของข้าที่โน่นก็พร้อมจะให้ท่านผู้อาวุโสทั้งหลายย้ายเข้าไปอยู่ได้ทุกเมื่อ”
“ข้าเข้าใจความหมายของเจ้า” นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วถอนหายใจ สุดท้ายแล้วก็เป็นความผิดของตนเอง… ดังนั้นถึงแม้จะรู้ว่าหลี่เยว่หานเพิ่งจะแกล้งหมดสติไป แต่นางก็ไม่ได้ผิด อีกทั้งยังมีอำนาจมากกว่า แล้วพวกเขาจะพูดอะไรได้… พูดอะไรไม่ได้เลย “ข้าเหนื่อยแล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถิด”
“เยว่หานขอตัวกลับก่อน วันหลังจะมาเยี่ยมท่านปู่หลิ่วอีกเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานรู้ดีว่าการกระทำของนางในวันนี้ออกจะเกินเลยไปสักหน่อย จึงไม่อยู่ต่อ คารวะนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วและหลิ่วเทียนเสียงแล้วก็จากไปจากตระกูลหลิ่ว
บนรถม้า
ในที่สุดหมิงจูก็อดไม่ไหว มองไปที่หลี่เยว่หานแล้วกล่าว “ฮูหยินทำไมท่านถึงต้องยุ่งกับเรื่องในครอบครัวของตระกูลหลิ่วด้วยเล่า”
“เจ้าก็คิดว่าข้าเกินไปใช่หรือไม่?” หลี่เยว่หานหลับตาพักผ่อน
“ใช่… ก็นิดหน่อย…” หมิงจูตอบอย่างอึดอัด “แต่ข้ารู้ว่าไม่ว่าฮูหยินจะทำอะไร ก็ล้วนมีเหตุผลของตัวเอง ข้าเลยอยากถามฮูหยินว่าทำไม”
“ตอนนี้ใต้อาณัติข้ามีแค่ผู้ดูแลร้านอวี้คนเดียวที่เป็นมือดีด้านการค้า” หลี่เยว่หานยังคงหลับตาอยู่ “แต่ถ้าให้ผู้ดูแลร้านอวี้คนเดียวดูแลกิจการทั้งหมดที่อยู่ในนามของข้า เขาคงต้องยุ่งจนหัวหมุน วันนี้ที่ข้ายุ่งกับเรื่องในครอบครัวของตระกูลหลิ่วก็เพราะข้าอยากให้ตระกูลหลิ่วมาอยู่ใต้อาณัติของข้า”
หมิงจูฟังคำ