ังนี้มาให้พวกเราทันทีที่เราเพิ่งมาถึงเมืองหลวง นี่ก็ถือเป็นบุญคุณอย่างใหญ่หลวงต่อตระกูลหลิ่วของพวกเราแล้ว ตอนนี้เจ้ามีฐานะสูงส่งควรจะเป็นข้าที่นำครอบครัวไปขอบคุณเจ้าที่จวนขุนพลต่างหาก” นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วกล่าวอย่างซาบซึ้งใจยิ่ง
หลิ่วเทียนเสียงและคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านข้างในที่สุดก็ตอบสนองได้แล้ว
หลิ่วเทียนเสียงเตะเข่าหลิ่วจื้อหย่วนโดยไม่ลังเล หลิ่วจื้อหย่วนทรุดลงโดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้หันไปมองหลิ่วเทียนเสียงด้วยความไม่อยากเชื่อ
แต่หลิ่วเทียนเสียงกลับไม่แม้แต่จะมองหลิ่วจื้อหย่วนสักนิด จากนั้นก็คุกเข่าลงต่อหน้าหลี่เยว่หานกล่าวว่า “ลูกชายไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ขอฮั่นหรงฟูเหรินโปรดอภัยด้วย!”
เมื่อเห็นหลิ่วเทียนเสียงคุกเข่าลงแล้วฝูงชนจำนวนมากก็คุกเข่าลงตาม ไม่มีใครอ้อนวอนแทนหลิ่วจื้อหย่วนเลยเพราะสิ่งที่หลิ่วจื้อหย่วนทำไปในตอนแรกนั้น คนในตระกูลหลิ่วแทบทุกคนรู้กัน พวกเขาต่างกังวลใจ กลัวว่าหลี่เยว่หานผู้ทรงเกียรติในตอนนี้จะลงมือกับพวกเขาเพื่อแสดงอำนาจ
“ท่านพ่อบุญธรรมทำอะไรกันค่ะ” หลี่เยว่หานโบกมือ หมิงจูที่อยู่ข้าง ๆ ก้าวไปประคองหลิ่วเทียนเสียงขึ้นมาจากนั้นก็ประคองหลิ่วฟูเหรินขึ้นมาด้วย แล้วหลี่เยว่หานจึงค่อย ๆ เอ่ยปาก “ท่านพ่อบุญธรรมและท่านแม่บุญธรรมล้วนเป็นผู้มีพระคุณของข้า วันนี้ข้ามาก็เพื่อดูว่าท่านทั้งสองรวมถึงคุณปู่หลิ่วที่นี่ยังขาดอะไรอีกหรือไม่ ถ้าท่านพ่อและท่านแม่ยังเกรงใจอยู่ ข้าคง