้อนเข้าปากหลี่เยว่หานแล้วพูดต่อ “จริงสิ เวินเทียนเหล่ยส่งคนมาบอกว่าพืชผลชุดสุดท้ายเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว แตงพันธุ์เหม่ยเหรินเป็นผลไม้ตามฤดูกาลใหม่และเป็นที่ชื่นชอบของพระสนมในวังหลวงมาก แม้แต่ฝ่าบาทก็ชมเชยอย่างยิ่ง เขาให้ข้าถามเจ้าว่าจะให้ไปซื้อที่ดินแถวชานเมืองหรือไม่ เพื่อปลูกแตงพันธุ์เหม่ยเหรินโดยเฉพาะ”
ฟังแล้วหลี่เยว่หานคิดอย่างจริงจังครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “พูดถึงเรื่องนี้ ข้าก็มีเงินอยู่หลายหมื่นตำลึง ในเมื่อเวินเทียนเหล่ยคิดว่าทำได้ก็ให้ผู้ดูแลร้านอวี้ไปจัดการเถอะ แต่เมล็ดพันธุ์พวกนั้นต้องงอกก่อนฤดูใบไม้ร่วงจะสิ้นสุด ซึ่งเป็นเรื่องยาก ดังนั้นต้องเป็นที่ดินชั้นดี ผู้ดูแลร้านอวี้ชำนาญการค้าขายแต่ไม่รู้ว่ามีประสบการณ์ในการเลือกที่ดินหรือไม่?”
“เจ้ายังไม่รู้ความสามารถของเขา หากเจ้าเห็นด้วย เขาก็ทำให้เจ้าพอใจได้แน่” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางป้อนเมล็ดแตงอีกหนึ่งกำมือให้หลี่เยว่หาน
หลี่หรงหรงที่อยู่ข้าง ๆ ตอนแรกก็แปลกใจกับบุคลิกที่ไม่ธรรมดาของ เมิ่งฉีฮ่วนในตอนนี้ จากนั้นก็แปลกใจกับความรักใคร่เอาใจใส่ของเมิ่งฉีฮ่วนที่มีต่อหลี่เยว่หาน และสุดท้ายเมื่อได้ยินหลี่เยว่หานบอกว่ามีเงินหลายหมื่นตำลึงอยู่ในมือ หลี่หรงหรงก็ตกตะลึง
ในเวลาเพียงปีเดียว ช่องว่างระหว่างทั้งสองใหญ่โตขนาดนี้เชียวหรือ
ก่อนจะแต่งงาน หลี่หรงหรงคิดว่าสิบตำลึงก็ถือว่ามากแล้ว หลังจากแต่งเข้าไปอยู่ในตระกูลหลิว นางจึงรู้ว่าสิบตำลึงไม่ได