ว่านางจะพูดอะไรเจ้าก็อย่าไปฟังให้ หมิงจูไปกันคนไว้ข้างนอก!”
“ทำไมหรือ?” นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่เยว่หานเห็นเมิ่งฉีฮ่วนพูดอย่างจริงจังขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ไม่ว่านางจะทำอะไรเมิ่งฉีฮ่วนก็มักจะไม่คัดค้าน แม้แต่เรื่องแกล้งตายอย่างนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ยังยอมทำตามที่หลี่เยว่หาน ต้องการ จึงรู้สึกสับสน
“ข้าไม่คิดว่าหลี่หรงหรงจะกลับตัวกลับใจแล้วจริง ๆ ข้าเชื่อว่าหลี่หรงหรงมีชีวิตที่ไม่ดีในตระกูลหลิว และอยากได้ความช่วยเหลือจากเจ้า”เมิ่งฉีฮ่วนมองหน้าหลี่เยว่หานแล้วพูดว่า “เจ้าอาจจะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ถ้าหลี่หรงหรงเห็นว่าการช่วยเหลือครั้งนี้ของเจ้าเป็นผลดี แค่มาร้องไห้หน่อยก็ได้แล้ว ต่อไปนางจะมาหาบ่อยแค่ไหนก็พอจะคาดเดาได้”
“แล้วก็ฝ่ายของหลี่ต้าเฉิงและหวังเฟิ่ง ข้าแนะนำว่าตอนนี้เจ้าอย่าไปยุ่งเกี่ยวเลยจะดีกว่า” เมิ่งฉีฮ่วนพูดไปพลางหยิบลูกพลัมแห้งขึ้นมาใส่ปาก แล้วพูดต่อ “คู่สามีภรรยานี่มันประหลาดจริง ๆ ถ้าเจ้าไปข้องแวะด้วยล่ะก็ คงจะหลุดออกมาไม่ได้แน่”
หลี่เยว่หานก็รู้สึกว่าสิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนพูดมีเหตุผล ก่อนหน้านี้เมื่อไม่ตอบรับหลี่หรงหรง นางก็มีความกังวลอยู่พอสมควร แต่ในขณะเดียวกันนางก็นึกถึงเรื่องอื่นด้วย “ตอนนี้หลี่หรงหรงรู้แล้วว่าข้าใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในเมืองหลวง ใครจะไปรู้ว่านางจะไม่ส่งข่าวนี้ไปให้หลี่ต้าเฉิงที่อำเภอหวาซี”
[1] สำนวน หมายถึง คนร่ำรวยมักจะมีผู้คนเข้าหาและให้ความสนใจ แม้ว่าจะอย