คุณหนูหลานเป็นเด็กนอกบ้าน…”
เห็นฟางจื่อหลานร้องไห้ หลี่เยว่หานก็ปลอบอีกครั้ง ปลอบอีกฝ่ายให้สงบลงได้ยากมาก ทั้งสองกินของว่างกันเล็กน้อย ฟางจื่อหลานบอกว่าจะพาหลี่เยว่หานไปเดินเล่น หญิงมีครรภ์ไม่ควรนั่งหรือนอนอยู่เฉยๆ ตลอด
หลี่เยว่หานเห็นด้วยกับความคิดนี้มาก จึงเดินออกจากห้องหอมไปพร้อมกับฟางจื่อหลาน ไกลออกไปเมิ่งฉีฮ่วนยืนอยู่ใต้ชายคากำลังมองม้วนหนังสือในมือ ข้างกายมีสาวน้อยในชุดกระโปรงยาวสีชมพูอ่อนปักด้วยด้ายเงินกำลังถือโคมไฟในมือพูดอะไรบางอย่างกับเขา
ฟางจื่อหลานเห็นภาพนี้ กำลังจะเรียกสาวน้อยคนนั้น แต่หลี่เยว่หานรั้งนางไว้ก่อน
เห็นสาวน้อยในชุดกระโปรงยาวสีชมพูคนนั้นกำลังพูดอะไรบางอย่างกับเมิ่งฉีฮ่วน อย่างกระตือรือร้น เป็นระยะๆ ก็ยกโคมไฟในมือขึ้นมองฟ้า ชี้ไปที่จุดหนึ่งแล้วพูดกับเมิ่งฉีฮ่วน
แต่สายตาของเมิ่งฉีฮ่วน กลับจับจ้องอยู่ที่ม้วนหนังสือในมือ มีเพียงตอนที่สาวน้อยคนนั้นเหมือนจะถามคำถามเร่งด่วนเท่านั้นที่เขาจะตอบสองสามคำ
“ดูเหมือนว่าข้าจะเข้าใจผิดไปแล้ว…” ฟางจื่อหลานถอนหายใจ “นั่นคือหลานสาวหลานที่ถูกเลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุสองขวบ นิสัยใจคอนุ่มนวลมาก เหมือนกับมารดาของเจ้าตอนที่ยังสาว…”
พูดจบ ฟางจื่อหลานก็ไม่รอช้า จูงมือหลี่เยว่หานเดินไปหาสองคนที่อยู่ใต้ชายคาแล้ว
“ท่านแม่!” หลานสาวหลานเห็นฟางจื่อหลานเดินมาก็ยิ้มจนตาหยี “หม่อมฉันเจอโคมกระต่ายที่ทำหล่นเมื่อวานแล้ว! พี่ชายเมิ่งช่วยซ่อมให้ด้วย