“จวนขุนพลมิได้อยู่ไกลไปจากจวนแห่งนี้สักเท่าใด ส่วนข้าเองก็ได้ตั้งรกรากอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ต่อไปนี้ยังมีเวลาอีกมากมายที่จะกลับมาเยี่ยมเยียนท่านลุงและป้าสะใภ้เจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานหัวเราะร่าจับมือของฟางจื่อหลานแล้วพูดว่า “ยิ่งไปกว่านั้น ข้าเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นสตรีมีบรรดาศักดิ์ อีกทั้งยังตั้งครรภ์อยู่ด้วย หากคอยอยู่ในจวนกั๋วกง อาจทำให้ฝ่าบาทเกิดความสงสัยในตัวพวกเราสองสามีภรรยา”
เมื่อได้ฟังคำพูดของหลี่เยว่หาน อวี๋เจ๋อฟางและฟางจื่อหลานจึงรู้สึกว่ามีเหตุผล
ระหว่างนั้น เฮ่อเจิ้งเทียนให้คนเข้ามาหาเมิ่งฉีฮ่วน บอกว่ามีธุระการทหารที่ต้องรีบจัดการ เมิ่งฉีฮ่วนจึงรีบลุกออกไป ก่อนไปก็สั่งนักสั่งหนา ให้หลี่เยว่หานอยู่ในจวนกั๋วกงอย่าเพิ่งไปไหน เขาจะกลับมารับก่อนพลบค่ำแน่นอน
ทุกคนมองตามหลังเมิ่งฉีฮวน ขณะขึ้นม้าที่ไม่รู้ว่าเฮ่อเจิ้งเทียนไปหามาตอนไหน แล้วควบจากไป ฟางจื่อหลานอดใจไม่ไหว จับมือหลี่เยว่หานแล้วเริ่มร้องไห้ “เยว่หานเอ๋ย ตอนนี้ป้าเห็นเจ้ามีสามีที่รักเจ้า ป้าดีใจเหลือเกิน แต่ก็อดคิดถึงมารดาผู้อาภัพของเจ้าไม่ได้ หัวใจป้าเจ็บเหลือเกิน…”
พูดไปพูดมา ก็ซบไหล่หลี่เยว่หานร้องไห้โฮ
อวี๋เจ๋อฟางที่อยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้น ก็แดงก่ำไปทั้งเบ้าตา แต่ด้วยความที่เป็นชายจึงอดทนไว้ได้ดีกว่า จึงแค่ตบไหล่ฟางจื่อหลานแล้วพูดว่า “ภรรยาเอ๋ย ทุกอย่างผ่านไปแล้ว เรื่องในอดีตอย่าไปคิดมากเลย…”
“เยว่หาน ป้าคิดว่า เมื่อ