บ้านเมืองสงบลงแล้ว ป้าจะไปหมู่บ้านเฮยถู่ตามที่เจ้าบอก เพื่อไปยังที่ฝังของมารดาเจ้า พามารดาเจ้ากลับบ้านเกิดเมืองนอน มารดาเจ้าตอนมีชีวิตอยู่ก็ต้องพลัดถิ่น เมื่อตายไปแล้วก็ต้องกลับบ้านเกิด” อวี๋เจ๋อฟางพูดพลางถอนหายใจ
หลี่เยว่หานไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้ นางจึงตบไหล่ฟางจื่อหลานเบา ๆ แล้วพูดด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “ท่านป้า ท่านลุงพูดถูกแล้วเจ้าค่ะ เรื่องในอดีตอย่าไปคิดมากเลย อย่าให้ร่างกายตัวเองต้องทรุดโทรมเลยเจ้าค่ะ”
“ป้าคิดถึงมารดาเจ้าเหลือเกิน นางเป็นหญิงสาวที่ตัวเล็กนิดเดียว โตในจวนกั๋วกงมาตั้งแต่เด็กจนโต กำลังอยู่ในวัยแรกรุ่นที่สดใส แต่กลับ…กลับถูกทรมานจนตาย…มันทำให้ป้าทนไม่ได้จริง ๆ” ฟางจื่อหลานพูดไปร้องไห้ไป กำมือทาบอกจนน่าเวทนา
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ทันที
นางจำได้ว่ามารดา อวี๋ปิงซู หลังจากพลัดหลงกับจวนกั๋วกงเมื่อหลายปีก่อน ได้เดินทางไปยังหมู่บ้านไป๋อวิ๋นเพื่อขอมีชื่อในทะเบียนบ้านเป็นครั้งแรก แต่ด้วยเหตุผลบางประการ จึงไม่มีใครยอมค้ำประกันให้ จึงต้องย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านเฮยถู่
หลังจากที่ถูกหลี่ต้าเฉิงข่มเหง อวี๋ปิงซูก็แต่งงานเข้าตระกูลหลี่โดยปริยาย และสินสอดในสมัยนั้นของอวี๋ปิงซูนั้นมากมายมหาศาล แตกต่างจากหญิงสาวที่ยากไร้อย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นจึงมีหลายคนคิดว่า อวี๋ปิงซูเป็นคุณหนูที่ตระกูลล่มสลาย ทุกคนต่างรอคอยที่จะดูหลี่ต้าเฉิงประสบความโชคร้าย แต่กลับไม่มีใค