ั๋วกงขอรับ”
ตอนนี้อวี๋เจ๋อฟางมองเมิ่งฉีฮ่วนอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่สนใจและไม่ตอบกลับอะไร ทว่ากลับมองไปทางหลี่เยว่หานอย่างอ่อนโยน ยิ้มละไม แล้วพูดว่า “เยว่หานตามลุงมาสิ เมื่อครู่ลุงเพิ่งจะแจ้งข่าวให้กับท่านตาของเจ้า คิดว่าตอนนี้คงกำลังรอเจ้าอย่างใจจดใจจ่ออยู่แน่ ๆ เราอย่าปล่อยให้พวกคนไร้สาระมาทำให้เสียอารมณ์เลย”
ขณะพูด ก็มีฟางจื่อหลานที่ได้รับข่าวมาถึงเช่นกัน เมื่อเห็นบรรยากาศที่ไม่สู้ดีก็รีบเดินมาจับมือหลี่เยว่หาน แล้วแอบมองอวี๋เจ๋อฟางอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าเป็นลุงแบบไหนกัน ยัยหนูเยว่หานของเรากำลังตั้งท้องอยู่แท้ ๆ เจ้าดันปล่อยให้ยืนตากลมหนาว ๆ อยู่หน้าจวนเลยเหรอ!”
ว่าแล้ว ฟางจื่อหลานก็ดึงหลี่เยว่หานเข้ามาด้านใน โดยไม่มองหยวนหลิงเอ้อร์แม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานถูกภรรยาของตนพาตัวเข้าไปแล้ว อวี๋เจ๋อฟางก็โล่งใจในที่สุด จึงเหลือบตามองไปทางหยวนหลิงเอ้อร์ แล้วสั่งการ “ส่งคนไปจัดเตรียมรถม้า ข้าจะไปส่งคุณหนูใหญ่แห่งจวนอู่กั๋วกงด้วยตนเอง!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของหยวนหลิงเอ้อร์ก็ซีดเผือด
อวี๋เจ๋อฟางหันกลับมามองเมิ่งฉีฮ่วน ตวาดขึ้นว่า “เจ้ายังยืนอยู่ที่นี่ทำไม! ภรรยาของเจ้าเข้าไปด้านในแล้ว!”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ในใจของเมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกขบขันยิ่งนัก แต่ไม่กล้าแสดงออกมา จึงรีบยกมือแสดงความเคารพ แล้วก็รีบไล่ตามฟางจื่อหลานและหลี่เยว่หานไป
หยวนหลิงเอ้อร์เห็นเมิ่งฉีฮ่วนจากไปแล้ว จึงรีบป