หลี่ต้าเฉิงและบุตรสาวของเขาเอง
นั่นทำให้ชนชั้นสูงในเมืองหลวงเกิดอาการตกตะลึงไปพักหนึ่ง
ผู้คนต่างรู้จักหลี่เยว่หานว่านางเป็นหญิงสาวชาวบ้านที่แต่งงานเป็นภรรยาของแม่ทัพเมิ่งฉีฮ่วน และฝ่าบาทยังทรงพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้นางเป็นฮั่นหรงฟูเหรินด้วยพระองค์เอง
แต่หลังจากเรื่องทุกอย่างผ่านไปเพียงเดือนเศษ หลี่เยว่หานกลับได้รับการระบุตัวตนอีกครั้งในฐานะหลานสาวของซิงกั๋วกง
นี่มันเรื่องไร้สาระอะไรกัน
เมื่อข่าวนี้ดังไปถึงหูของจี้ซินเยว่และคนในจวนตระกูลเฉิน แววตาของนางก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“นางผู้หญิงคนนั้น จู่ ๆ ก็ไปเกี่ยวข้องกับซิงกั๋วกงได้อย่างไรกัน” หลังจากที่จี้ซินเยว่ทำลายข้าวของก็ทรุดลงที่พื้นด้วยความโกรธ จนมารดาของนางรีบเปิดประตูเข้ามา
“ซินเยว่” ฮูหยินจี้มองดูข้าวของกระจายที่พื้น แววตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด แต่ก็ต้องสงบสติอารมณ์ไว้แล้วเข้าไปปลอบใจจี้ซินเยว่ “อย่าโมโหเรื่องนี้อีกต่อไปเลย แม่ไปสอบถามมาแล้วก็พบว่าหลี่เยว่หานมีมารดาคืออวี๋ปิงซู ซึ่งเป็นบุตรสาวคนโตที่หายตัวไปของจวนซิงกั๋วกงเมื่อนานมาแล้ว”
“คนที่จวนซิงกั๋วกงนั้นช่างไร้ยางอาย” จี้ซินเยว่สาปแช่งอย่างไม่เกรงกลัว “บุตรสาวหายไปหลายปีก็ยังพยายามหวงแหนเอาไว้ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า ยังจะนับว่านางมีเกียรติเป็นคุณหนูใหญ่ได้อยู่อีกงั้นหรือ ในเมื่อสุดท้ายก็แต่งกับชายบ้านนอกกลายเป็นพวกนอกคอก อย่างไรก็ไม่มีทางดีไปกว่าข้าได้”
เมื่อได้ยินเช่นน