” จี้หยางเล่าไปครู่หนึ่งก็คิดบางอย่างขึ้นได้ เขารู้สึกขนลุกอย่างร้อนใจ เขานินทาสามีของฮั่นหรงฟูเหรินต่อหน้านางไปเสียแล้ว…
เมื่อเห็นท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของจี้หยาง หลี่เยว่หานก็ยิ้มพลางเอ่ย “ไม่ต้องสนใจเรื่องนั้น เพียงแค่เล่ามาเถิดข้ากำลังฟังอยู่”
“อ้า….” จี้หยางตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าแล้วพูดต่อ “ขุนนางทั้งราชสำนักกลับเห็นดีเห็นงามในการแต่งตั้งแม่ทัพเมิ่งให้เป็นเจ้ากรมกลาโหม เพราะมองว่าแม่ทัพเมิ่งยังหนุ่มยังแน่น น่าจะสามารถจูงใจราษฎรได้ดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีแม่ทัพใหญ่ที่ดูแลชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือร่วมกับแม่ทัพเมิ่งซึ่งควรจะได้รับความดีความชอบและรับพระราชทานตำแหน่งก่อนแม่ทัพเมิ่ง”
“น่าเสียดายที่แม่ทัพใหญ่ไม่ต้องการจะย้ายกลับมาที่เมืองหลวง ดังนั้นความดีความชอบครั้งนี้จึงตกเป็นของแม่ทัพเมิ่งแต่เพียงผู้เดียว”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ถามอีก “เมิ่งฉีฮ่วนเคยมาที่หอฟ่านเทียนบ้างหรือไม่”
จี้หยางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างว่าง่าย “เคยขอรับ แม้ว่าเวลานั้นข้าจะป่วยอยู่บนเตียง แต่ก็จำได้ว่าใต้เท้าเมิ่งมาที่นี่ครั้งหนึ่ง ดูเหมือนจะมาจับตัวใครบางคน ไม่ได้อยู่ดื่มสุรา หลังได้ตัวคนนั้นแล้วก็เร่งรีบออกไปทันที”
“พอจะรู้บ้างหรือไม่ว่าเป็นใครที่ถูกจับไป”
“ได้ยินว่าเป็นทหารหนีทัพขอรับ เวลานั้นทุกคนก็ต่างประหลาดใจว่าทหารหนีทัพเหตุใดจึงได้หนีเข้ามาในเมืองหลวง แต่เมื