่อไตร่ตรองดูแล้วก็พบว่า คนในเมืองหลวงเพิ่งจะทราบข่าวการกลับมาของแม่ทัพเมิ่งหลังจากที่เขาได้รับพระราชทานตำแหน่งเจ้ากรมเท่านั้น แต่ก่อนหน้านั่นท่านแม่ทัพน่าจะกลับมาก่อนอย่างเงียบ ๆ ส่วนทหารหนีทัพผู้นั้นคงจะเป็นคนเมืองหลวง เมื่อกลับมาถึงบ้านก็คิดว่าท่านแม่ทัพไม่อยู่ที่นี่ จึงได้กล้าออกมาเที่ยวเล่นจนถูกแม่ทัพเมิ่งจับได้โดยไม่อาจหลบหนีได้ทันเวลา”
ระหว่างที่คุยกันอยู่นั้นเองเด็กรับใช้ก็เคาะประตู “ฮั่นหรงฟูเหริน อาหารพร้อมแล้วขอรับ ให้ข้าน้อยยกเข้าไปตั้งสำรับเลยหรือไม่ขอรับ”
หลี่เยว่หานโบกมือให้สัญญาณจี้หยางไปซ่อนตัวก่อน จากนั้นก็ให้ผู้ดูแลร้านอวี้ไปเปิดประตู
เด็กรับใช้ตั้งสำรับอย่างรวดเร็วตรงหน้าหลี่เยว่หาน ระหว่างนั้นดวงตาของเขาก็ลอบมองไปในห้องอย่างใคร่รู้
หลี่เยว่หานมองท่าทีเช่นนั้นของเด็กรับใช้อย่างเงียบ ๆ และอดร้อนใจไม่ได้ ก่อนที่เด็กรับใช้จะออกไปนางจึงหยุดเขาไว้ก่อน “ช่วยไปที่จวนแม่ทัพที และให้คนของจวนแจ้งท่านแม่ทัพด้วยว่าข้ารอเขามากินอาหารค่ำด้วยกันที่นี่”
เด็กรับใช้ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ระหว่างนั้นหลี่เยว่หานก็หยิบเงินออกมา ดวงตาของเขาเป็นประกายทันทีที่ได้เห็น เขารีบรับเงินมา โค้งคำนับแล้วรับคำอย่างรวดเร็ว “ข้าน้อยจะรีบไปที่จวนท่านแม่ทัพเพื่อแจ้งเรื่องนี้เองขอรับ โปรดรอสักครู่”
ว่าจบเด็กรับใช้ก็จากไป และยังยิ้มกว้างอย่างมีความสุขให้หลี่เยว่หานอีกด้วย
หลังประตูปิดลง จี้หยางก็เดินออกมา