ททอดพระเนตรร่างของเมิ่งฉีฮ่วนที่เดินจากไป พลางคิดถึงเรื่องที่เขาพูดก็ทำให้รู้สึกไม่สบายพระทัย “ข้าไม่รู้เลยว่านี่ถูกต้องหรือไม่ ราวกับว่าเมิ่งฉีฮ่วนได้ตายไปแล้ว…”
เพื่อออกจากวังหลวงเมิ่งฉีฮ่วนต้องหลบเลี่ยงทหารจำนวนมากและกลับมาที่จวนได้ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิด
ทันทีที่กลับมาถึงห้องหนังสือ เฮ่อเจิ้งเทียนก็รีบถ่ายทอดคำพูดของหลี่เยว่หานแก่เมิ่งฉีฮ่วนอย่างรวดเร็ว นั่นทำเอาเขาอดหัวเราะออกมาไม่ได้
“สั่งให้เด็กรับใช้เตรียมน้ำไว้ให้ข้าอาบด้วยที” หลังจากกล่าวจบเมิ่งฉีฮ่วนก็หันกลับไปอ่านตำรา
เวลาล่วงเข้าสู่เที่ยงคืนแล้ว แม้ว่าหลี่เยว่หานจะรู้สึกไม่ดี แต่สุดท้ายผล็อยหลับไปด้วยความง่วงงุน
แต่เพราะความวุ่นวายใจทำให้นางนอนหลับไม่สนิท เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนย่องขึ้นมาบนเตียงและดึงนางเข้ามาในอ้อมอก หลี่เยว่หานก็ตื่นขึ้นมาอย่างง่ายดาย
“เจ้าไปไหนมา” หลี่เยว่หานถามพลางถอนหายใจ
นางไม่ได้โง่ และหลังจากที่เรียวิชาแพทย์มาหลายปีจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเงาที่เห็นนั่นเป็นเพียงหุ่น และเมิ่งฉีฮ่วนใช้หุ่นจำลองทำทีเป็นตัวเขาที่นั่งอ่านตำราอยู่ในห้อง นั่นก็พิสูจน์ได้แล้วว่าสิ่งที่เขาออกไปทำนั้นเป็นเรื่องอันตรายที่ไม่สามารถให้ใครรู้ได้
“เจ้ารู้หรือว่าข้าไปที่อื่นมา” เมิ่งฉีฮ่วนประหลาดใจ “รู้ได้อย่างไรกัน”
“หุ่นที่เจ้าใช้เป็นตัวแทนมักจะทำท่าทางซ้ำ ๆ เปิดหนังสือไปหนึ่งหน้าแล้วก็ย้อนกลับ” หลี่เยว่หานลดเสียงลงและกระซิบ “อย่าลืมว