่าข้าก็รู้วิชาแพทย์เช่นกัน คิดว่าจะดูไม่ออกเลยงั้นหรือ”
หลังจากได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฉีฮ่วนก็เม้มริมฝีปากแล้วพูดขึ้น “ข้าไปวังหลวงมา”
“เกิดอะไรขึ้นหรือไม่” หลี่เยว่หานรีบถาม
“เปล่า” เมิ่งฉีฮ่วนกระชับอ้อมแขนกอดหลี่เยว่หาน วางศีรษะซบไหล่นางแล้วก็ถอนหายใจออกมา “ข้าเพิ่งทราบข่าวบางอย่างมา จำเป็นต้องรีบเข้าวังไปกราบทูลฝ่าบาท”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางจึงไม่ถามต่ออีกต่อไป เพียงแค่โอบรอบแขนเขาไว้แล้วหลับสนิทในที่สุด
เมื่อลมหายใจของสตรีร่างบางในอ้อมแขนของเขาเข้าออกอย่างสม่ำเสมอแล้วเมิ่งฉีฮ่วนก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วหลับไปหลังจากนั้นไม่นาน
วันต่อมา
กว่าหลี่เยว่หานจะตื่น เมิ่งฉีฮ่วนก็ไปท้องพระโรงแล้ว นางไม่ได้เร่งรีบนัก เริ่มจากเข้าไปที่น้ำพุจิตวิญญาณในลัญจกรหยก เวลานี้นางรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับลัญจกรหยกเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ไม่แน่ใจนักว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่
“ท่านอาสะใภ้” มู่ชวนและหลิงซีดูเหมือนว่าจะเพิ่งตื่น เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานมาหลิงซีก็กระโดดเข้ามาทันทีแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าหลี่เยว่หานกำลังตั้งครรภ์จึงไม่ได้พุ่งเข้าไปในอ้อนแขนโดยตรง
“ข้ารู้ว่าที่นี่น่าเบื่อ แต่อดทนเอาไว้ก่อน เพราะที่นี่ปลอดภัยที่สุดในเวลานี้” หลี่เยว่หานคุกเข่าลงบีบแก้มของหลิงซี “มู่ชวน เจอสัตว์ป่าบ้างไหม”
มู่ชวนมองอยู่ข้าง ๆ หลิงซีที่กำลังอ้อนหลี่เยว่หานพลางส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้ม “อาจจะเป็นเพราะต้าไป