หลี่เยว่หานนอนพลิกตัวไปมาเท่าไรก็หลับไม่ลง นางรู้สึกวูบโหวงอยู่ในอก วันนี้เป็นวันเทศกาลโคมไฟ เมิ่งฉีฮ่วนรับปากกับนางว่าจะพาไปเดินชมโคมไฟด้วยกัน แต่เพราะมีเรื่องให้ต้องเข้าวังหลวง แผนการทั้งหมดจึงถูกลืมไป
เวลานี้เขาก็น่าจะหลับไปแล้ว
เมื่อคิดเช่นนั้น อะไรบางอย่างในใจก็ทำให้หลี่เยว่หานลุกจากที่นอน เปิดประตูห้องเงียบ ๆ มองไปทางห้องหนังสือ
ยังคงมีแสงเทียนลอดออกมาจากห้องนั้น เงาของเมิ่งฉีฮ่วนก็ทอดออกมาจากหน้าต่าง เขายังนั่งอยู่ในนั้น พลิกหนังสือเป็นครั้งคราวและหลังเหยียดตรง เป็นอิริยาบถที่ดูผ่อนคลายแต่ก็น่ามองมาก
ทั้งที่เห็นว่าเขาสบายดี แต่หลี่เยว่หานกลับไม่สบายใจเอาเสียเลย
นางสวมเสื้อคลุมแล้วเดินตรงไปที่ห้องหนังสือ เมื่อเข้าใกล้ประตูกลับถูกใครบางคนมาขวางเอาไว้
“ฮูหยินขอรับ วันนี้ท่านแม่ทัพมีงานราชการยุ่งมาก ฮูหยินโปรดกลับไปพักผ่อนจะดีกว่าขอรับ” คนที่มาห้ามนางไว้เอ่ยขึ้น
“แค่ไปดูสักหน่อยก็ไม่ได้เชียวหรือ” หลี่เยว่หานใจเสีย
“ฮูหยิน โปรดอย่าให้ข้าน้อยต้องลำบากใจเลยขอรับ” คนที่เข้ามาขวางนางคือทหารที่เมิ่งฉีฮ่วนมักพาไปไหนมาไหนด้วยเสมอ ชื่อของเขาก็คือเฮ่อเจิ้งเทียน แม้ว่าจะยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มและอายุไม่มากเท่าหลี่เยว่หาน แต่ว่ากันว่าฝีมือการต่อสู้ของเขาในจวนนี้ก็เก่งกาจเป็นรองเพียงเมิ่งฉีฮ่วนเท่านั้น
หลี่เยว่หานไม่อยากสร้างความวุ่นวาย แต่ก็รู้สึกราวกับมีหนามตำอยู่ในอก นางกระวนกระวายใจอย่างไม