”
ฮ่องเต้ขมวดคิ้วทันทีที่ทรงได้ยินเช่นนั้น “เพียงเท่านี้ก็สามารถยืนยันได้ว่าองค์ชายรองรู้เรื่องเกาะถงเชิงอย่างนั้นหรือ หากเขารู้เรื่องนั้นจริง ๆ เขาอาจจะไม่ปล่อยให้พี่ชายได้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาท และอาจไม่นิ่งนอนใจรอเวลามาถึงตอนนี้ก็ได้”
“กระหม่อมเข้าใจที่ฝ่าบาททรงรับสั่งพ่ะย่ะค่ะ” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “แต่กระหม่อมได้ข่าวมาว่ากองกำลังขององค์ชายรองมีจำนวนกว่าสองแสนนายและเงินครึ่งหนึ่งที่ใช้บำรุงกองกำลังเหล่านั้นก็ถูกนำออกไปจากท้องพระคลัง”
พระองค์อาจไม่ทรงคาดคิด ว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะเอาเรื่องนี้มากราบทูล ฮ่องเต้จึงตกพระทัยขึ้นมา “เป็นได้หรือไม่ว่าที่กรมคลัง…ไม่สิ เจ้ากรมคลังก็มีการเปลี่ยนอยู่หลายครั้งตลอดเวลาที่ผ่านมา หากองค์ชายรองและเจ้ากรมคลังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจะต้องถูกสกัดกั้นได้อย่างแน่นอน เพราะเวลานี้เจ้ากรมคลังก็ยังไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด องค์ชายรองและองค์ชายสามก็ไม่ได้เป็นคนไร้ปัญญา ไม่มีทางกล้าเข้าไปพยายามติดสินบนเจ้ากรมคลังผู้นี้อย่างแน่นอน”
“ฝ่าบาท บางทีเรื่องนี้อาจไม่ได้มาจากกรมคลัง” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวด้วยเสียงเบา “องค์ชายรองมักถูกมองว่าไม่ได้สนใจเรื่องบ้านเมือง และมีความเป็นพ่อค้ามากกว่า นอกจากนี้กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงที่เป็นมารดาบุญธรรมขององค์ชายรองยังมีฐานะมั่งคั่งมีทรัพย์สินมหาศาลนอกวังหลวง เมื่อหลายปีก่อนพระสนมได้มอบหมายให้กรมคลังเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินเหล่านี้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น