ที่เจ้าเลือกจะหลบหนี ไม่อย่างนั้น แม้แต่ลัญจกรหยกก็คงถูกชิงไปได้ มู่ชวนและหลิงซีเองก็คงจะถูกพาตัวไปโดยมือสังหารเช่นกัน”
“เรื่องมันน่าเหลือเชื่อ แม้แต่ข้าก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มอย่างขมขื่น เป็นสีหน้าที่ดูเศร้ายิ่งกว่าร้องไห้ออกมาเสียอีก “ข้ากลับเมืองหลวง และกราบทูลกับฝ่าบาทว่าจะคืนลัญจกรหยกพร้อมกับตัวพระราชนัดดาให้ และยังช่วยพระองค์จัดการองค์ชายรองอีกด้วย”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็มองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน “เหตุใดจึงเป็นองค์ชายรองเล่า เจ้าไม่ได้เป็นคนบอกเองหรือว่าเป็นองค์ชายสามที่ต้องการนำลัญจกรหยกไป แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นกับจงเจิ้งเสียนก็เป็นฝีมือองค์ชายสามไม่ใช่หรือ”
“จริงอยู่ที่เวลานี้องค์ชายสามเป็นองค์รัชทายาทแล้ว และองค์ชายรองก็ไม่ได้ต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจมาเป็นเวลานานดูเหมือนจะไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ แต่ความจริงเขาได้แผ่อำนาจไปในหมู่ราษฎรแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “องค์ชายรองนั้นโหดเหี้ยมกว่าองค์ชายสามเสียอีก ไม่มีใครเทียบได้เลย องค์ชายสามนั้นดูเหมือนจะอยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับจงเจิ้งเสียน แต่ทั้งหมดเป็นเพราะองค์ชายรอง เขาเป็นคนเติมเชื้อไฟอยู่เบื้องหลัง”
“ฮ่องเต้ต้องการให้เจ้าไปช่วยเหลือองค์ชายสามงั้นหรือ พระองค์ต้องการยกบัลลังก์ให้เขางั้นหรือ” หลี่เยว่หานรู้สึกงุนงง
“ฮ่องเต้ทรงเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนระงับคว