อดไม่ได้ที่จะพึมพำเบา ๆ “ข้าเพิ่งบอกในครัวว่าเขาจะอยู่กินข้าวด้วย”
เอ่ยจบ หลี่เยว่หานก็หันกลับไปราวกับว่านางไม่เห็นเมิ่งฉีฮ่วน ก่อนจะเดินกลับไปในเรือนอีกครั้ง
และทันทีที่นางก้าวออกไป เมิ่งฉีฮ่วนก็พุ่งเข้ามาหานางราวกับสายลมและขวางนางไว้ “เจ้าอย่าโกรธเลยนะ ข้ารู้ว่าข้าผิด”
“ข้าโกรธอะไรท่านกัน ท่านทำอะไรผิดงั้นหรือ” หลี่เยว่หานพูดด้วยสีหน้าไร้เดียงสา “ก็แค่คนรักเก่าของท่านมาเรียกถึงหน้าจวน นางเองเป็นม่าย ข้าหรือจะจงใจหาเรื่องหาราวกับแม่ม่ายนางหนึ่ง”
“เจ้าก็รู้ว่าที่ข้าพูดไม่ใช่เรื่องนี้” เมิ่งฉีฮ่วนมองหลี่เยว่หานด้วยสายตาจริงจัง “ที่ข้าขอโทษ เป็นเพราะข้าคิดไปเองคนเดียว ข้าไม่ควรปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนผู้หญิงทั่วไป ข้ารู้ว่าเจ้ามีความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายในเมืองหลวงโดยไม่ต้องพึ่งพาข้า เป็นข้าที่คิดเอาเอง”
“…” หลี่เยว่หานไม่ได้พูดอะไร
ในเรื่องนี้ นางเองก็มีส่วนผิด
หากนางทำตามแผนการของเมิ่งฉีฮ่วน ใช้เวลาไม่นานนางก็จะได้เข้าไปอยู่ในจวนแม่ทัพในฐานะฮูหยินแม่ทัพ และนางก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยสถานะของสองพี่น้องมู่ชวนและหลิงซีต่อฝ่าบาท
นางเพียงเดิมพันหมดหน้าตัก
พูดตามตรง หากในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ นางไม่ได้จัดการเรื่องหอฟ่านเทียนจนเสร็จเรียบร้อย นางก็ไม่กล้าเอาสองพี่น้องไปเป็นสาส์นรับรอบแล้วขอรับการแต่งตั้งจากฮ่องเต้ แต่เพียงเพราะนางได้หอฟ่านเทียนมาอยู่ในมือแล้ว หลี่เยว่หานจึงมั