้อมกล่าวอย่างหนักแน่น “ข้ายอมสละทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องนางให้ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในเมืองหลวง”
เวินเทียนเหล่ยไม่สนใจแววตาของชายหนุ่ม เขาเพียงยักไหล่ แล้วเอ่ยออกมาอย่างตรงประเด็น “หากเจ้าถึงขั้นต้องสละชีวิตเพื่อปกป้องนางให้ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบในเมืองหลวง ก็มิสู้มอบนางให้ข้าจะดีกว่าหรือ ข้าไม่จำเป็นต้องสละชีวิตก็สามารถปกป้องดูแลให้นางได้ใช้ชีวิตอย่างสงบในเมืองหลวงได้”
“แกะคำตามตัวอักษรเช่นนี้สนุกหรือไม่?”
“สนุกสิ”
“…”
เมิ่งฉีฮ่วนรู้มาโดยตลอดว่าเขาไม่สามารถแข่งขันกับเวินเทียนเหล่ยในแง่ของความไร้ยางอายได้ แต่พอเป็นเรื่องของหลี่เยว่หานแล้ว เขาไม่อาจอดกลั้นเอาไว้ได้ เมื่อพูดขึ้นมา ชายหนุ่มพลันรู้สึกหดหู่ หากเขาไม่ปล่อยให้หลี่เยว่หานอยู่ในหมู่บ้านจางหนิง เวินเทียนเหล่ยก็คงไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับนาง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็ยิ่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงมากขึ้นไปอีก
“เยว่หาน! ข้าขอตัวกลับก่อน หากเจ้ามีเรื่องอะไร ก็ให้คนไปส่งสารถึงข้าที่จวนตระกูลเวิน!” ราวกับว่าเขาจงใจยั่วยุ เมิ่งฉีฮ่วน เวินเทียนเหล่ยตะโกนเสียงดังเข้าไปในลานบ้านโดยตรง
เวินเทียนเหล่ยหันหลังกลับและจากไปโดยไม่รอให้หลี่เยว่หานได้เอ่ยตอบ
ปล่อยให้เมิ่งฉีฮ่วนยืนอยู่เพียงลำพังที่ลานหน้าบ้าน พร้อมกับความโกรธที่ปะทุอย่างรุนแรง
“ไปอย่างนี้เลยหรือ?” เมื่อหลี่เยว่หานออกมาจากเรือน นางก็พบเพียงเมิ่งฉีฮ่วนยืนอยู่เพียงลำพัง จึง