่เมิ่งฉีฮ่วนได้มากเพียงใด หลี่เยว่หานไม่จำเป็นต้องคิดไตร่ตรองก็สามารถบอกได้
“ฮูหยิน ฮูหยินขอรับ” ยามเฝ้าประตูรีบวิ่งเข้ามา เมื่อเห็นว่าท่านแม่ทัพและฮูหยินกอดกันจึงหันหลังให้ทั้งสองคนทันที ก่อนจะรีบคุกเข่าลง “ฮูหยินขอรับ เกิดเรื่องขึ้นแล้ว! คนขององค์รัชทายาทมาเชิญท่านให้ไปพูดคุยกับพระองค์ที่ตำหนัก แต่ดูแล้วเหมือนไม่ใช่การเชิญไปพูดคุยธรรมดาขอรับ!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานก็หันมองเมิ่งฉีฮ่วนทันที
องค์รัชทายาทเชิญนางไปพูดคุยสนทนาที่ตำหนัก จุดประสงค์เพื่อตรวจสอบว่าลัญจกรหยกในมือของพระองค์เป็นของจริงหรือของปลอม หากเมิ่งฉีฮ่วนไม่สะดวกจะออกหน้ารับในเรื่องนี้ หลี่เยว่หานเองก็มีวิธีจัดการกับมันเช่นกัน
ทว่าอย่างไรก็ต้องไว้หน้าบุรุษ
“เรียนคนขององค์รัชทายาทว่าฮูหยินแม่ทัพไม่สบาย ไม่สะดวกที่จะออกไปสนทนากับพระองค์ที่ตำหนัก มีเรื่องอะไร ข้าสามารถพูดคุยหารือกับพระองค์ได้อย่างละเอียด” โดยไม่จำเป็นต้องให้หลี่เยว่หานปริปาก เมิ่งฉีฮ่วนก็เป็นฝ่ายยับยั้งปัญหา
ยามเฝ้าประตูรับคำสั่งแล้วออกไป สีหน้าของหลี่เยว่หานพลันดีขึ้นเล็กน้อย
ทั้งสองกินข้าวกลางวันที่สวนหลังบ้าน หลี่เยว่หานง่วงงุน เมิ่งฉีฮ่วนจึงกล่อมให้นางนอน
เมื่อหลี่เยว่หานตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็ตระหนักว่าตัวเองอยู่อีกที่หนึ่งแล้ว
“เมิ่งฉีฮ่วน!” หลี่เยว่หานโกธมาก “ใครบอกให้เจ้าลักพาตัวข้ามายังจวนของท่านในตอนที่ข้าหลับอยู่!”
“เจ้าพูดอย่างนี