ด้เพียงหนึ่งเดือน แล้วเจ้าไปได้รับทักษะมากมายพวกนี้มาจากที่ไหนกัน? หากไม่ใช่เพราะข้าไปตรวจสอบรอยเท้าม้า*[2]ของเจ้าตลอดทั้งเช้า ข้าก็คงไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเวินเทียนเหล่ย แม้แต่เมิ่งฉีฮ่วนก็ตกอยู่ในสภาวะตกตะลึง
หลี่เยว่หานในความทรงจำของเขาเป็นเพียงคนเห็นแก่เงินคนหนึ่ง เหตุใดหลังจากเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงได้เพียงเดือนเดียว นางถึงเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเช่นนี้?
“ขอบใจที่เจ้าส่งเงินมาทันเวลาพอดี ข้าใช้เงินหนึ่งหมื่นตำลึงเพื่อจ้างจอมโจรลึกลับให้ไปจัดการเรื่องนี้” หลี่เยว่หานยกยิ้ม “ในเมื่อเจ้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ข่าวการเปลี่ยนมือเจ้าของหอฟ่านเทียนคงแพร่กระจายไปในไม่ช้า”
เวินเทียนเหล่ยเมื่อได้ยินถ้อยคำของหลี่เยว่หานก็ปรบมืออย่างแรงสามครั้งกล่าวว่า “ยอดเยี่ยม! แต่เรื่องนี้ยังจะไม่ถูกแพร่งพรายไป ข้ายังให้หูตาของข้าตรวจสอบดูแล้ว เจ้าหน้าที่ของทางการยังไม่ทราบเรื่องเสียด้วยซ้ำ”
เมิ่งฉีฮ่วนซึ่งอยู่ข้าง ๆ รู้สึกราวกับตัวเองเป็นส่วนเกิน จึงอดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย “เรื่องเหล่านี้เดิมทีแล้วเจ้าควรจะให้ข้าจัดการ แต่ในเมื่อเจ้าทำทุกอย่างไปหมดเลย สามีเช่นข้าย่อมไร้ประโยชน์”
“เหวินจั๋ว เจ้ามีประโยชน์มากเลยนะ” เวินเทียนเหล่ยยิ้มและพูดว่า “เจ้าจะต้องจัดการกับองค์รัชทายาท ทั้งข้าและเยว่หานต่างไม่อาจทำเรื่องนี้ได้”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็พยักหน้ารับ “เรื่องนี้ไม่จำเป็