นสิ!”
“ใช่ ข้าวางเดิมพัน และเห็นได้ชัดว่าข้ากำชัย” หลี่เยว่หานยืนขึ้น แล้วเดินไปหาเมิ่งฉีฮ่วนพร้อมจับมือของเขาไว้ และเอ่ยว่า “ข้ารู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นทำให้ท่านลำบากใจ แต่ได้โปรดเชื่อเถอะว่าข้าไม่มีทางทำรายเด็กทั้งสอง”
ได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนพลันถอนหายใจ และในที่สุดก็โอบกอดเยว่หานไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน แล้วกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่ทำร้ายพวกเขา ไม่ทำร้ายพวกเขาแน่นอน ข้าแค่กังวล ฮ่องเต้พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เจ้า แม้ว่าพระองค์จะไม่ได้ประกาศว่าให้รางวัลเจ้าด้วยเหตุผลอะไร และเมื่อเช้านี้ มีบางคนในราชสำนักโต้แย้งคัดค้าน ทว่าฝ่าบาทไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องของเจ้าเลย หากแต่กระดาษไม่อาจห่อไฟ*[1] ในเมื่อเจ้าเป็นฝ่ายเปิดเผยตัวตนของมู่ชวนและหลิงซีต่อฝ่าบาทเอง เช่นนั้นแล้วก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นว่าพวกองค์ชายสามจะค้นพบเรื่องนี้เข้าเมื่อใด”
“ท่านวางใจเถอะ ข้ารู้ดีอยู่ในใจ” หลี่เยว่หานกล่าวพร้อมเงยหน้าขึ้นจากอ้อมแขนของเมิ่งฉีฮ่วน ก่อนเอ่ยต่อ “มู่ชวนและหลิงซีตัวจริงถูกส่งออกจากที่นี่ไปอย่างลับ ๆ เมื่อเช้านี้ ที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็เป็นหุ่นจำลองเหมือนจริงเท่านั้น”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” เมิ่งฉีฮ่วนสงสัย
“พวกท่านต่างคิดว่าสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดของลัญจกรหยกคือน้ำพุจิตวิญญาณที่อยู่ข้างใน แต่หลังจากที่ข้าเชื่อมโยงกับลัญจกรหยกมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้าก็ค้นพบวิธีการใช้งานลัญจกรหยกอีกอย่าง” หลี่เย