ายอะไรในเมืองหลวง” เวินเทียนเหล่ยถาม
“เครื่องเทศ” หลี่เยว่หานยักไหล่ “หากข้ารู้ก่อนว่าตั๋วอีเอ่อร์ที่เจ้าจัดเตรียมไว้ให้เป็นสาวสังคมเช่นนี้ ข้าคงเลือกปลอมตัวเป็นบุรุษแล้วเข้ามาในเมืองหลวงแทน ทว่าอย่างไรตอนนี้ก็เข้ามาในเมืองหลวงแล้ว อีกทั้งเมิ่งฉีฮ่วนยังถึงขั้นเป็นฝ่ายปล่อยข่าวอื้อฉาวในเรื่องระหว่างชายหญิงที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรม ข้าจะปล่อยเจ้าไปแล้วกัน”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เวินเทียนเหล่ยพลันร้อนตัว “ในตอนนี้ นี่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องอาศัยอำนาจ เจ้าเองก็น่าจะเข้าใจนี่?”
เอ่ยจบ เวินเทียนเหล่ยก็หยิบจดหมายอีกฉบับออกมาจากแขนเสื้อของเขาแล้วส่งให้หลี่เยว่หาน “คุณหนูตระกูลเหยียนฝากให้เจ้า”
เมื่อได้ยินว่าเป็นจดหมายของเหยียนจื่อเซียง หลี่เยว่หานจึงไม่ได้ซักถามอะไรเวินเทียนเหล่ย ในชั่วระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นางพอคุ้นเคยกับตัวตนนี้แล้วจึงไม่มีอะไรที่จะไม่เข้าใจ
ใจความในจดหมายของเหยียนจื่อเซียงนั้นเอ่ยถามว่าหลี่เยว่หานคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในเมืองหลวงหรือยัง และบอกอีกว่านางยังคงยึดถือในวิธีออกกำลังกายที่หลี่เยว่หานทิ้งไว้ให้ ตอนนี้รูปร่างของนางเกือบจะได้สัดส่วนที่ดีพอ ๆ กับสตรีโดยทั่วไป ครอบครัวของนางก็เริ่มเป็นแม่สื่อแม่ชักหาคนมาแต่งงานกับนาง แต่นางไม่ต้องการแต่งงาน ด้วยต้องการมาหาหลี่เยว่หานที่เมืองหลวง นางหวังว่าหลังจากหลี่เยว่หานได้อ่านจดหมายนี้แล้วจะเขียนตอบกลับนางโดยเร็ว เพื