่อที่นางจะได้บากหน้ามาขอพึ่งพิง
หลี่เยว่หานอ่านจดหมายแล้วก็ทั้งโมโหและขบขัน ด้านเวินเทียนเหล่ยภายในใจกลับไหวหวั่น “ทำไมหรือ ในจดหมายของคุณหนูเหยียนเขียนว่าอย่างไร?”
“นางบอกว่าครอบครัวของนางกำลังเจรจาเรื่องการแต่งงานให้นาง นางจึงขอที่อยู่จากข้า โดยตั้งใจจะบากหน้ามาขอที่พึ่งพิง” หลี่เยว่หานเอ่ยตอบเรียบ ๆ แต่ในทันใดนั้นเอง ราวกับหญิงสาวหวนนึกอะไรบางอย่างออก จึงกลอกตาไปมา ก่อนที่สายตาจะไปตกลงที่เวินเทียนเหล่ย “หรือว่าข้าจะเป็นแม่สื่อจับคู่ให้เจ้ากับจื่อเซียงดีนะ?”
“อย่านะ อย่า” เวินเทียนเหล่ยรีบโบกมือพร้อมเอ่ยปฏิเสธ “ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่รู้สถานการณ์ของข้าเสียหน่อย ข้าไม่อยากไปถ่วงเวลาแม่นางจื่อเซียงเข้า”
“ข้าเย้าเจ้าเล่นหรอก เจ้าไม่ยินยอม ข้าย่อมไม่ยินดี” หลี่เยว่หานกล่าว “มีผู้ชายกี่คนที่ตั๋วอีเอ่อร์เคยคบหาสมาคมด้วย? หากไม่ใช่เพราะชื่อของเมิ่งฉีฮ่วนข่มเอาไว้ ก็ไม่แน่ใจว่าในเวลานี้จะมีคนมาขอพบสักกี่มากน้อย แม้ตอนนี้โลกภายนอกจะมีการพูดถึงเรื่องที่ข้าตั้งครรภ์ลูกของเมิ่งฉีฮ่วน ทว่าก็ยังพะว้าพะวัง ด้วยเมิ่งฉีฮ่วนไม่เคยออกมายอมรับเลย ข้าคิดว่าอีกไม่นานพวกเขาก็จะพากันคิดว่ามันเป็นข่าวลือ”
ได้ยินดังนั้น เวินเทียนเหล่ยก็พยักหน้า “ที่เจ้าว่ามาก็จริง ถึงเวลาที่เหวินจั๋วต้องพาเจ้าเข้าจวนแล้ว”
“พรวด!” หลี่เยว่หานพ่นชาออกมาเต็มคำ “หมายความว่าอย่างไร? ให้ตั๋วอีเอ่อร์แต่งงานกับเมิ่งฉีฮ่วนห