ขาฮูหยินและคุณหนูตลอดเวลา คอยติดตามอย่างลับ ๆ”
“น้อมรับคำสั่ง!”
เมื่อหลี่เยว่หานตื่นขึ้นมาก็เป็นเวลาบ่ายของวันรุ่งขึ้นแล้ว
ผู้ดูแลร้านของขบวนพ่อค้ามาเคาะประตูเพื่อบอกว่าเขาพบสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งถิ่นฐานแล้ว ทั้งยังรายงานต่อราชการแล้ว จึงมาถามหลี่เยว่หานว่าจะย้ายเข้าเมื่อใด
“ย้ายวันมะรืนนี้ เจ้าช่วยไปหาคนมาทำความสะอาดจวนก่อน สิ่งใดที่ควรซื้อหามาก็จัดการซื้อตามเหมาะสม แล้วก็ส่งคนออกไปหาที่ตั้งร้านค้าสักสองคน จริงอยู่ที่เรามาที่นี่ก็เพื่อค้าขายเครื่องเทศ แต่ก็สามารถแตะไปถึงการค้าขายสมุนไพรยาได้ด้วย ฝากเจ้าจัดการเสียหน่อย”
“ขอรับ นายหญิง!” ผู้ดูแลร้านเป็นผู้รับคำสั่งและจากไป จากนั้นหลี่เยว่หานจึงเริ่มแต่งองค์ทรงเครื่อง
นอกจากผู้ดูแลร้านแล้ว ไม่มีใครในขบวนพ่อค้ารู้ว่าตั๋วอีเอ่อร์นั้นเปลี่ยนไป อีกทั้งหลี่เยว่หานไม่ได้วางแผนที่จะทำธุรกิจทั้งหมดด้วยตัวเอง ไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้นางมีตั๋วเงินหลายพันตำลึงอยู่ในมือ เพียงแค่เหล้าองุ่นและหม้อไฟ เวินเทียนเหล่ยก็สามารถส่งเงินให้นางตามระยะเวลาที่กำหนด
ตราบใดที่ธุรกิจทั้งสองนี้ยังคงอยู่ หลี่เยว่หานย่อมไม่ขาดเงิน และไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวในวงสังคม
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมหลี่เยว่หานจึงวางแผนที่จะฝากเรื่องทางธุรกิจทั้งหมดไว้กับผู้ดูแลร้าน เพื่อที่นางจะได้ดูแลลูกในครรภ์อย่างสบายใจ