รียมไว้อยู่ที่โรงเตี๊ยมเยวี่ยไหล โดยหัวหน้าขบวนพ่อค้าแต่เดิมนั้นเป็นสตรี นามว่าตั๋วอีเอ่อร์
ซึ่งเป็นของเวินเทียนเหล่ยซึ่งในตอนนี้ได้จากไปอย่างลับ ๆ แล้ว การที่หลี่เยว่หานเข้ามาสวมตัวตนแทนนางย่อมไม่ทำให้เกิดความสงสัยใด
หลี่เยว่หานเองไม่กล้าคอยท่าจนเสียการเสียงาน จึงพักผ่อนที่โรงเตี๊ยมเยวี่ยไหลเพียงสองวัน ในวันที่สาม หญิงสาวก็พาหลิงซีออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง
นี่เป็นครั้งแรกที่หลิงซีได้เห็นหลี่เยว่หานสวมชุดของชาวต่างชาติ จึงอดไม่ได้ที่จะอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเล็ก ๆ
“ท่านอาสะใภ้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนอื่นได้อย่างไร?” หากไม่ใช่เพราะว่านางได้ดูหลี่เยว่หานแต่งหน้า เด็กหญิงตัวน้อยก็คงไม่เชื่อว่าคือท่านอาสะใภ้ของตน ซ้ำยังจำไม่ได้โดยสิ้นเชิง
“รอให้หลิงซีโตกว่านี้สักหน่อยแล้วอาจะสอนให้” หลี่เยว่หานไม่ได้พักผ่อนมากนักในช่วงสองวันที่ผ่านมา ขณะที่นั่งอยู่ในรถม้า หญิงสาวก็กังวลอยู่ตลอดเวลาว่าเด็กในท้องของตนจะกระทบกระเทือนหรือไม่ ด้วยในท้ายที่สุดจากอำเภอหวาซีไปเมืองหลวงนั้นต้องใช้เวลากว่าสองวัน
“เมื่อไหร่น้องชายจะเกิดหรือเจ้าคะ?” หลิงซีวางมือบนท้องของหลี่เยว่หานอีกครั้ง
เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ ความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจของหลี่เยว่หานพลันเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย นางลูบหัวหลิงซีแล้วเอ่ยว่า “อีกแปดเดือนข้างหน้า น้องชายก็จะลืมตาดูโลกแล้ว เอ๊ะ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าจะเป็นน้องชาย ไม่ใช่น้องสาว?”
“หลิงซีเดา!” หลิง