หรือเมืองหลวง” หลี่เยว่หานถอนหายใจ “การเดินทางไปที่ใดก็ตามในเวลาเช่นนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการเสาะหาเรื่องขัดแย้ง ข้าจึงคิดขึ้นมาว่าเจ้าพอจะสร้างตัวตนอื่นให้ข้าอีกได้ไหม”
เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ เวินเทียนเหล่ยพลันขมวดคิ้วแน่น พร้อมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสั่นศีรษะ “เรื่องนี้เห็นทีว่าคงไม่มีหนทางจริง ๆ หากเจ้าอยู่ในหมู่บ้านจางหนิง เจ้าจะเป็นเพียงหญิงม่ายนามหานเยว่เท่านั้น อีกทั้งในยามนี้ยังเป็นช่วงเวลาแห่งความอ่อนไหว ไม่ว่าจะส่งเจ้าไปอยู่หมู่บ้านใด ก็ล้วนไม่เป็นผลดีทั้งนั้น เจ้าไม่เพียงแต่ต้องขจัดความสงสัยในตัวตนของเจ้า แต่ยังต้องตั้งหลักตั้งตัวด้วย ทั้งยังต้องคำนึงถึงเจ้าก้อนแป้งในท้อง จึงเป็นเรื่องที่ยากจะจัดการนัก”
“ท่านอาสะใภ้” มู่ชวนซึ่งเก็บข้าวของเรียบร้อยและให้คนของเวินเทียนเหล่ยไปยังรถม้าแล้ว จึงเดินนำเจ้าต้าไป๋มาพร้อมเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจังว่า “ข้ามีความเห็นบางอย่างขอรับ ให้นายน้อยเวินพาข้ากับเจ้าต้าไป๋ไปกับเขา ส่วนท่านอาสะใภ้กับน้องสาวของข้าไปพักอยู่ที่จวนตระกูลเหยียน เมื่อคลอดบุตรในครรภ์แล้วค่อยกลับมาหาพวกเรา”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานรีบส่ายหน้าโดยพลัน “ไม่ได้ ข้าไม่วางใจนักที่จะให้เจ้าไปอยู่กับเวินเทียนเหล่ย”
“เหตุใดถึงไม่วางใจเล่า?” เวินเทียนเหล่ยรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย “ข้าพึ่งพาได้แน่นอน! เจ้าเองก็กังวลไม่ใช่หรือว่าจะหาข้อแก้ตัวอะไรในการออกจากหมู่บ้านจางหนิง เพียงบอกกับผู