้คนในหมู่บ้านไปว่าเจ้าไม่มีข้าวกิน จึงจำต้องขายมู่ชวนให้ข้า และขายตัวเองไปเป็นข้ารับใช้ให้กับตระกูลเหยียน ผู้คนในหมู่บ้านจางหนิงก็คงไม่ถึงขั้นวิ่งตามไปดูว่าเจ้าใช้ชีวิตอย่างไรที่จวนตระกูลเหยียนหรอกกระมัง”
“เช่นนั้นข้าก็ต้องใช้ชีวิตอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ จริง ๆ” หลี่เยว่หานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างขมขื่น “หลังจากหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไปมาอยู่นาน ในท้ายที่สุดข้าก็ยังต้องใช้ชีวิตอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ดี ข้ายิ่งใช้ชีวิตก็ยิ่งแย่ลงจริง ๆ สินะ”
ไม่ใช่หรืออย่างไรกัน
คราที่นางอยู่ที่หมู่บ้านเฮยถู่ นางต้องต่อสู้อย่างหนักกับพ่อสารเลวและแม่เลี้ยงสวะในครอบครัว ไหนจะหลี่หรงหรงอีก แม้ว่าจะกลัดกลุ้มหรือรำคาญใจบ้างในบางครั้งคราว ทว่านางก็ใช้ชีวิตได้อย่างสง่าผ่าเผย
ต่อมา เมื่อนางมาถึงหมู่บ้านไป๋อวิ๋น แม้ว่าจะแต่งงานเข้าบ้านเมิ่งฉีฮ่วน แต่ในช่วงแรกนั้นนางยังไม่ได้ล่วงรู้ความลับของเมิ่งฉีฮ่วนมากมายนักจึงทำให้อยู่อย่างสบายและอิสระ
กระทั่งต่อมา หญิงสาวได้ไปพัวพันเข้ากับสิ่งที่ตัวเองไม่ควรเข้าไปข้องแวะ รู้เข้าในสิ่งที่ไม่ควรรู้ ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะทำอะไร นางจึงต้องระมัดระวัง ซ้ำยังต้องยอมแกล้งตายเพื่อหนีออกมา เปลี่ยนชื่อแซ่แล้วมาลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านจางหนิงอันห่างไกล
ตอนนี้ก็ช่างดีเสียจริง ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนชื่อแซ่อีกครั้ง ทว่าไม่สามารถปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนได้เสียด้วยซ้ำไป ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ หัวใจของหลี่เยว่หานก็ยิ่