ลี่เยว่หานไปอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลเหยียนของตน ด้วยไม่ว่าอย่างไร หลี่เยว่หานก็เป็นผู้มีพระคุณ นางไม่อาจทนเห็นหลี่เยว่หานตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกโดยไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยได้
“ไม่อยู่” หลี่เยว่หานโบกมือ “ไม่ใช่ว่าข้าไม่ต้องการอยู่ที่นั่น แต่หากข้าอยู่ที่อำเภอหวาซี ในไม่ช้าก็เร็วต้องถูกพบเข้า เมื่อถึงเวลานั้นย่อมต้องดึงให้ตระกูลเหยียนเข้ามาพัวพันด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
หลี่เยว่หานพูดถูก ขณะนี้องค์ชายสามขึ้นเป็นองค์รัชทายาทแล้ว กำลังตามหาขุนนางที่มาจากแคว้นอื่นคนนั้น พร้อมลูกชายและลูกสาวไปทั่วสารทิศ ตามการวิเคราะห์ของนางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา องค์ชายสามย่อมต้องรู้ว่าขุนนางที่มาจากแคว้นที่ลักพาตัวมู่ชวนและหลิงซีไปนั้นเจ้าเล่ห์อย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีล้วนแล้วแต่ต้องถูกตรวจสอบ แม้แต่นาง แม้แต่หมู่บ้านจางหนิงที่ห่างไกลเช่นนี้ยังมีเจ้าหน้าที่มาหานางถึงสองครั้งสองคราว
ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ หากมีคนย้ายออกจากบ้าน ย่อมตกเป็นเป้าหมายที่น่าสงสัยที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงองค์ชายสามคิดขึ้นมา ก็สามารถหาตระกูลเหยียนพบได้โดยอาศัยเงื่อนงำเท่านั้น ตอนนี้ตระกูลเหยียนเองยังไม่ได้มีตำแหน่งพ่อค้าหลวงมาคอยคุ้มครอง หากองค์ชายสามต้องการทำลายให้บ้านแตกสาแหรกขาดจึงเป็นเรื่องง่ายดาย ที่หลี่เยว่หานไม่ยอมไปอยู่กับตระกูลเหยียนก็เพราะในเวลานี้นางเป็นระเบิดเวลาลูกหนึ่ง
เมื่อเห็น