ึงอยากตีสนิทกับท่าน ข้าไม่ได้คาดคิดว่าท่านจะช่วยลดน้ำหนัก ด้วยเหตุนี้จึงรู้สึกว่าในใจไม่เป็นสุขนัก…”
หลังเอ่ยจบ เหยียนจื่อเซียงก็หดคอของนางลง ราวกับเด็กที่มีความผิดติดตัวแล้วกลัวจะถูกลงโทษ
หลี่เยว่หานถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้
เดิมทีหญิงสาวคิดจะใช้เหยียนจื่อเซียงเป็นเกราะกำบัง แต่ใครกันคาดคิดว่าเหยียนจื่อเซียงกลับมีความคิดอีกอย่างหนึ่ง คิดอยากใช้นางเป็นลมบูรพาเพื่อสานสัมพันธ์กับตระกูลเวิน
พอเอ่ยถึงจุดนี้ หลี่เยว่หานควรจะโกรธ แต่เมื่อมองสีหน้าของเหยียนจื่อเซียงที่เหมือนประดับคำว่า ‘ข้ารู้ข้าผิด’ หลี่เยว่หานก็โกรธไม่ลง
เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมากว่าหนึ่งเดือน แม้เวินเทียนเหล่ยจะมาหานางที่หมู่บ้านจางหนิงหลายครั้ง แต่เหยียนจื่อเซียงก็จะบังเอิญหายตัวไปทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตอนที่นางทำงานกับมู่ชวนอยู่ในไร่สวนหรือในตอนที่ไปหาบน้ำก็ตาม
นอกจากนี้ เวินเทียนเหล่ยก็รู้ว่านางให้เหยียนจื่อเซียงอยู่ที่บ้าน ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะอยู่กินข้าวเย็นด้วยกัน เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว ทว่าเหยียนจื่อเซียงกลับหลบเลี่ยงที่จะพบหน้าเวินเทียนเหล่ยแทบทุกครั้ง เดิมทีหลี่เยว่หานไม่ได้สังเกตเห็นประเด็นนี้ แต่วันนี้หญิงสาวก็เข้าใจได้ทันที
“ในเมื่อเจ้าต้องการจะสร้างสัมพันธ์กับตระกูลเวิน แล้วเหตุใดจ้าถึงหลีกเลี่ยงเวินเทียนเหล่ยทุกครั้งที่เขามาที่นี่ล่ะ?”
“ข้า…” เหยียนจื่อเซียงหน้าแดงก่ำ “ท่านช่วยข้าลดน้ำหนัก