ดีงับเข้าที่ข้อมือ
โชคดีที่ในเวลานั้นคมเขี้ยวของต้าไป๋ยังไม่งอก แม้จะงับเข้าที่เนื้ออวบแน่นเต็มแรงแต่ก็ไม่ได้ทำให้เหยียนจื่อเซียงเจ็บตัว แต่ถึงอย่างไรก็ทำให้เหยียนจื่อเซียงหวาดกลัวอยู่บ้าง หากไม่ใช่เพราะวาจาชักแม่น้ำทั้งห้าของมู่ชวน และได้เห็นด้วยตาตัวเองว่าหลังจากที่มู่ชวนว่ากล่าวตักเตือน เจ้าหมาป่าตัวน้อยก็เริ่มกระโดดไปมาพันแข้งพันขานาง หญิงสาวก็คงไม่เชื่อว่าลูกหมาป่าตัวนี้สามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้
เมื่อเห็นว่ามีคนประหลาดใจมากกว่านางในตอนนั้น เหยียนจื่อเซียงจะไม่มีความสุขได้อย่างไร
“เอาล่ะ อย่ามัวยืนอยู่ที่หน้าประตูกันเลย” หลี่เยว่หานจับมือหลิงซี ก่อนผายมือเชิญให้ทุกคนเข้าไปในบ้าน “มีเรื่องอะไร เข้าไปในบ้านแล้วค่อยพูดจากัน”
“มีเรื่องมีราวจริง ๆ ขอรับ!” ตวนอู่เอ่ยบอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนมองไปยังจงชิว สองพี่น้องซึ่งหัวใจมีแต่ความกังวลก็เดินตามต้าไป๋เข้าไปในบ้าน
เห็นดังนั้น หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจขึ้นมา “มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?”
“ขอรับ” ตวนอู่พยักหน้า พลางมองเหยียนจื่อเซียงด้วยท่าทีลำบากใจ
“ข้าจะไปหาอะไรกินที่ห้องครัวสักหน่อย ทะเลาะกันมาเป็นครึ่งวันทำให้หิวนัก” เหยียนจื่อเซียงนั้นหูตาไวไม่น้อย หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัวทันที “มู่โทว เสี่ยวหลิงตัง พวกเจ้าอยากทำอะไรอร่อย ๆ กินกับน้าหรือไม่?”
“อยากเจ้าค่ะ!” หลิงซียังเด็ก ทันทีที่ได้ยินว่ามีของอร่อย นางก็เดินตามเหยียน