กว่าขุนนางจากแคว้นอื่นผู้นั้นอาจไม่ได้พาพระนัดดาของพระองค์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ และอาจพบหมู่บ้านอันเงียบสงบใกล้เมืองหลวงแล้วซ่อนตัวอยู่ที่นั่น และเพื่อปกป้องสายเลือดของอดีตองค์รัชทายาท พระองค์จึงได้เริ่มตรวจสอบผู้อพยพที่เพิ่งตั้งรกรากในหมู่บ้านตามชนบทในช่วงสามปีที่ผ่านมา!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานพลันชะงัก “หากเป็นเช่นนี้แล้ว อีกไม่นานก็คงพบเข้ากับหมู่บ้านจางหนิงงั้นหรือ?”
“ใช่ขอรับ” จงชิวกล่าวต่อ “เราเองก็เพิ่งได้รับข่าว มื่อเช้านี้ จึงรีบมาที่นี่เพื่อแจ้งให้ฮูหยินทราบ คนผู้นั้นที่อยู่ในเมืองหลวงบอกให้เราส่งฮูหยิน คุณชาย และคุณหนูไปยังเมืองหลวงโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าอย่างไรในช่วงเวลานี้ก็ห้ามถูกจับได้!”
“คนผู้นั้นที่อยู่ในเมืองหลวง” ที่จงชิวพูดถึงแน่นอนว่าย่อมต้องเป็นเมิ่งฉีฮ่วน
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะตกอยู่ในห้วงความคิด พลางมองตวนอู่และจงชิวด้วยท่าทีกระวนกระวายอย่างมาก
หลังจากขบคิดอยู่นาน หลี่เยว่หานก็เอ่ยขึ้น “ข้าขอถามพวกเจ้าสักหน่อยว่าตัวตนของครอบครัวเราสามคนที่ตั้งถิ่นฐานในหมู่บ้านจางหนิงสามารถต้านทานการตรวจสอบได้หรือไม่?”
“ต้านทานน่ะต้านทานได้แน่ขอรับ!” ตวนอู่กล่าว “เดิมที พี่น้องของเราต่างก็ใช้ความมานะพยายามอย่างมาก ไม่ว่าอย่างไรก็สามารถต้านทานต่อการตรวจสอบได้ เพียงแต่ไม่อาจปกปิดได้ว่าฮูหยินเพิ่งย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านจางหนิงเมื่อครึ่งปีก่อน”
“ต้านทานต่อก