ารตรวจสอบได้ก็พอแล้ว” หลี่เยว่หานเอ่ยว่า “บอกเขาว่าเราไม่สามารถจากที่นี่ไปได้ในเวลานี้ ไม่เช่นนั้นจะทูลต่อองค์ชายสามอย่างชัดเจนว่ามู่ชวนและหลิงซีคือสายเลือดของรัชทายาทพระองค์ก่อน อีกทั้งคนที่พาเด็กทั้งสองไปในครานั้นก็เป็นบุรุษ ส่วนข้าเป็นสตรีและมิได้มาจากตงเป่ย แต่มาจากทางใต้ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงมิอาจไปได้”
“ฮูหยิน…” จงชิวยังคงต้องการโน้มน้าว แต่ตวนอู่หยุดเขาเอาไว้ “เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ฮูหยินไม่จำเป็นต้องรีบร้อนตัดสินใจนัก มิสู้ลองปรึกษาคุณชายของเราดูสักหน่อยเล่าขอรับ?”
คุณชายที่ตวนอู่พูดถึงคือแน่นอนว่าย่อมเป็นเวินเทียนเหล่ย
“ก็ดี” หลี่เยว่หานพยักหน้า “เวินเทียนเหล่ยพอจะมีเวลามาเยี่ยมเยียนหมู่บ้านจางหนิงเมื่อไหร่?”
“เมื่อเช้าเราส่งสารไปบอกฉงหยางแล้ว พวกเราออกมาแต่เช้า คุณชายยังไม่ตื่นนอน เวลานี้คงจะออกเดินทางมาแล้วขอรับ”
ทันทีที่สิ้นเสียงของตวนอู่ ต้าไป๋ก็รีบวิ่งออกมาจากที่ไหนสักแห่ง ก่อนจะจ้องมองไปยังประตูที่ปิดอยู่อย่างแน่วแน่
หลี่เยว่หานถอนหายใจ “ตายยากเสียจริง พูดถึงใคร คนนั้นก็มาถึง”
เมื่อสิ้นคำพูด ประตูก็ถูกผลักเปิดออก พร้อมกับเวินเทียนเหล่ยที่สาวเท้าก้าวเข้ามา