ไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น”
“ถึงเช่นนั้นก็พูดให้น้องสาวฟังไม่ได้!” หลี่เยว่หานเอ่ยออกมาเกือบจะพร้อมกันกับเหยียนจื่อเซียง
สีหน้าของมู่ชวนขึ้นสีทันที “ข้ารู้ว่าผิด ข้าจะไม่อธิบายคำพูดสกปรกเหล่านี้ให้น้องฟังอีกขอรับ”
ใบหน้าแดง ๆ ของมู่ชวนนั้นไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนัก เหยียนจื่อเซียงพลันหยิกแก้มเขาเบา ๆ “พี่สาวหาน มู่โทวของท่านหน้าตาหล่อเหลานัก หากข้าอายุน้อยกว่านี้สักสองสามปี ข้าจะขอให้ท่านแม่มาเป็นแม่สื่อให้ถึงหน้าประตูบ้านเชียว!”
“เจ้าพูดเหลวไหลอีกแล้ว” หลี่เยว่หานรู้สึกราวกับว่านางตัวคนเดียวเลี้ยงลูกสามคนอย่างไรอย่างนั้น ในใจของนางเต็มไปด้วยความจนปัญญา “มู่โทวเพิ่งเจ็ดขวบ เจ้าอายุเท่าไหร่กัน สิบห้าขวบปีแล้ว เป็นสตรีวัยปักปิ่นแล้วยังพูดจาไม่คิดไตร่ตรองอีก”
เหยียนจื่อเซียงไม่ได้เก้อเขินแต่อย่างใด กลับมองดูแก้มแดง ๆ ของมู่ชวน แล้วบีบแก้มของเขาอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มู่ชวนหลบเลี่ยง “น้าเหยียน หญิงชายมิควรถูกเนื้อต้องตัวกัน แม้ท่านจะเป็นน้าแต่ก็ไม่ควรหยิกแก้มข้าเช่นนี้”
“ข้ารู้ ข้ารู้แล้ว มู่โทวของพวกเราน่ะเป็นเด็กที่เหมือนผู้ใหญ่ มีตรงไหนบ้างที่ดูเหมือนอายุเจ็ดขวบ” เหยียนจื่อเซียงปล่อยมู่ชวน แล้วคว้าแขนของหลี่เยว่หานอีกครั้ง พร้อมกับหยอกล้อหลิงซีในอ้อมแขนของหลี่เยว่หาน “เสี่ยวหลิงตังหน้าตาน่ารักน่าชังยิ่ง ในอนาคต เจ้าอยากแต่งงานกับผู้ชายแบบไหนหรือ?”
“ท่านแม่บอกว่า ในวันข้างหน้าให้แต่งงานกับผู้