ั้ง ในตอนที่เกิดเรื่องของรัชทายาทองค์ก่อน ก็เป็นพระองค์ส่งเสียงโวยวายให้สืบค้นหาความจริง แต่ผลออกมากลายเป็นว่าไม่พบอะไรเลยแม้แต่น้อย”
เหยียนจื่อเซียงกลอกตาอย่างไม่แย่แส “ข้าคิดว่าในครานี้ฟ้าร้องดัง แต่ฝนตกนิดเดียว*[1] มีแต่คนทำมาค้าขายตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเราที่น่าสังเวชนัก ต้องวิ่งโร่ไปมา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องเสียเวลาในการทำมาหากินไปเท่าไหร่หรือหาเงินได้เพียงใด”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานกลับรู้สึกขบขัน จึงเอ่ยขึ้นว่า “หากเจ้าลดน้ำหนักลงแล้วองค์ชายสามมีใจให้เจ้า เจ้าจะยอมตกลงหรือไม่?”
“ไม่ ไม่ตกลง!” เหยียนจื่อเซียงรีบโบกมือ “ข้าไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับราชสำนัก พี่ชายและพี่รองของข้าต่างบอกว่าวังหลังนั้นเป็นสถานที่กินคนไม่คายกระดูก*[2] และหากคนชนบทโง่เง่าเช่นข้าต้องเข้าไป ข้าก็คงจะยืนนิ่งในยามที่เข้าไป แต่นอนสงบนิ่งในยามที่ออกมา ทั้งยังไม่แน่ว่าจะออกมาได้หรือไม่”
“มีสตรีบ้านไหนบ้างที่บอกว่าตัวเองเป็นคนชนบทโง่เง่า” หลี่เยว่หานพลันหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
“อย่าปลอบใจข้าเลย ข้ารู้ว่าตัวเองไม่ได้มีปัญญาเสียเท่าไหร่นัก” เหยียนจื่อเซียงโบกมืออย่างไม่สนใจ “ถึงแม้ว่าข้าจะตายไป ข้าก็ไม่อยากข้องเกี่ยวกับราชวงศ์”
[1] ฟ้าร้องดัง แต่ฝนตกนิดเดียว อุปมาว่า คุยโวโอ้อวดแต่ทำไม่ค่อยได้ แทบจะไม่มีความสำเร็จเลย
[2] กินคนไม่คายกระดูก เป็นสำนวน หมายถึง ทั้งโลภทั้งโหดเหี้ยม