ันไว้ ในช่วงสองวันที่ผ่านมา หลี่เยว่หานไม่มีอะไรให้ทำนอกจากดูแลองุ่นและแตงโมพันธุ์เหม่ยเหริน เสร็จจากนั้นก็พาหลิงซีไปศึกษาเล่าเรียนกับมู่ชวน ชีวิตในแต่ละวันนับว่าค่อนข้างสบาย
ทว่าหลังจากเหยียนจื่อเซียงมาถึง หญิงสาวก็นำข่าวร้ายมาแจ้งแก่ให้นาง
“เจ้ากำลังจะบอกว่าองค์ชายสามต้องการกลับคำพิพากษาในคดีของอดีตองค์รัชทายาทอย่างเปิดเผยอย่างนั้นหรือ?” หลี่เยว่หานขมวดคิ้ว “เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”
“ตระกูลเหยียนของข้าจะถวายผ้าไหมจำนวนหนึ่งให้กับราชสำนักในทุก ๆ ปี” เหยียนจื่อเซียงกะพริบดวงตากลมโตอันงดงาม แล้วมองหลี่เยว่หานก่อนจะกล่าวต่อ “ในคราวนี้นั้น องค์ชาย องค์รัชทายาทได้รับสั่งเป็นการส่วนพระองค์ให้พวกพ่อค้าวิณิชย์อย่างเรารู้เรื่องก่อน ด้วยเพราะคนทำมาค้าขายอย่างพวกเรามักจะเดินทางไปทั่วเพื่อทำธุรกิจตลอดทั้งปี… พี่สาวหานเยว่ เรื่องนี้มีอะไรผิดปกติหรือ?”
เดิมที เหยียนจื่อเซียงถือว่านี่เป็นเรื่องใหม่ในการพูดคุยกับหลี่เยว่หาน แต่นางไม่คาดคิดว่าปฏิกิริยาของหลี่เยว่หานจะมีมากเช่นนี้ ทำให้เหยียนจื่อเซียงรู้สึกงุนงง
หลี่เยว่หานรู้ดีว่าปฏิกิริยาของตัวเองที่แสดงออกมานั้นมากเกินไป จึงปริปากเอ่ย “ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าลือภายในราชสำนัก จู่ ๆ พอได้ยินเจ้าพูดถึงเรื่องนี้จึงทำให้ประหลาดใจไม่น้อย”
“โอ๊ย ยังมีเรื่องที่น่าประหลาดใจมากกว่านี้เสียอีก องค์ชายสาม… อ๊ะ องค์รัชทายาทไม่ได้ทำแบบนี้แค่ครั้งสองคร