้าไป๋ “ข้าคาดว่าอีกยี่สิบวัน แตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินชุดแรกจะสุก ทันเวลากับช่วงที่องุ่นรอบใหม่สุกพอดี เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าก็ส่งเข้าไปในวังพร้อมกันเลย”
“แล้วเหล้าองุ่นล่ะ?” เวินเทียนเหล่ยถามโดยไม่รู้ตัว
“ตราบใดที่มีองุ่น เจ้ายังต้องกลัวว่าจะไม่มีเหล้าองุ่นอีกหรือ?” เมื่อหลี่เยว่หานพูดจบ นางก็ลุกขึ้นพร้อมส่งสัญญาณ “เอาเหล้าองุ่นรอบนี้ไปเสีย แล้วเจ้าก็กลับไปได้แล้ว”
“ไม่สิ เจ้าจะไม่ชวนข้าให้อยู่กินข้าวด้วยกันสักหน่อยหรือไร?” เวินเทียนเหล่ยพึมพำ “นี่ไม่ใช่ท่าทีปกติของเจ้า!”
“เจ้ายังกินไหวอีกหรือ?” หลี่เยว่หานเอ่ยถามอย่างขบขัน
ตอนนั้นเองที่เวินเทียนเหล่ยรู้สึกว่าแตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินครึ่งลูกที่เพิ่งกินไปนั้นอัดแน่นอยู่เต็มท้องจนไม่เหลือที่ว่างให้กินอะไรลงไปได้อีก ทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้นพร้อมโบกมือ “เจ้านี่เป็นสตรีที่มีแผนการซ่อนเร้นมากเสียจริง ข้าไปแล้ว ข้าไปแล้ว”
เมื่อเห็นเวินเทียนเหล่ยสั่งให้คนงานขนถังเหล้าองุ่นขนาดใหญ่ออกไป หลี่เยว่หานคำนวณเงินของตัวเองอย่างละเอียดรอบคอบ ก่อนตระหนักว่านางมีเงินหลายพันตำลึงแล้ว ซึ่งนี่ทำให้หญิงสาวแปลกใจขึ้นมา
ในตอนที่นางตื่นขึ้นมาในโลกนี้ครั้งแรก นางยังเป็นคนยากจนอยู่เลย ในระยะเวลาเพียงปีสองปี นางก็หาเงินได้มากมายมหาศาลแล้ว
ความรู้คือพลังจริง ๆ!
ระยะเวลาสองวันผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว รถม้าของเหยียนจื่อเซียงก็มาส่งนางที่หน้าประตูบ้านของหลี่เยว่หานตามที่ตกลงก