้กำลังใจผู้อื่นอย่างไร จึงทำได้เพียงพูดออกไปตรง ๆ อย่างรุนแรง
แต่เหยียนจื่อเซียงเองก็เป็นคนตรงไปตรงมา แม้ว่านางจะไม่เข้าใจว่าทำไมการหายใจจึงขับไขมันออกจากร่างกายของนาง แต่นางเชื่อในตัวหลี่เยว่หานอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้นางจึงเรียกพลังกายพลังใจกลับคืนมา ก่อนจะกัดฟันแน่นวิ่งตามหลี่เยว่หานไปจนครบรอบ
“ไม่ไหวแล้ว ข้าเหนื่อยจะตายแล้ว” เมื่อกลับมายังจุดเริ่มต้นซึ่งคือประตูบ้านของหลี่เยว่หาน เหยียนจื่อเซียงก็หยุดเท้าลง พลางเอามือวางบนเข่าและหายใจหอบอย่างหนัก
“ยังเหลืออีกสองรอบ” หลี่เยว่หานไม่ได้หยุดแต่กระโดดอยู่กับที่ “การพักตอนนี้ทำให้ร่างกายของเจ้ารู้สึกสบายขึ้นก็จริง แต่หากเจ้าเริ่มวิ่งอีกครั้ง ร่างกายของเจ้าจะยิ่งหนักขึ้น”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เหยียนจื่อเซียงก็เช็ดเหงื่อที่ไหลอาบหน้าของนางราวกับสายน้ำด้วยผ้าเช็ดตัว ยืดตัวขึ้นแล้วพูดว่า “วิ่ง ต้องวิ่งต่อไป!”
ดวงตาของหลี่เยว่หานพลันฉายแววแห่งความชื่นชมออกมา
ต้องทราบว่าน้ำหนักตัวของเหยียนจื่อเซียงในตอนนี้นั้นหนักมาก นางย่อมต้องใช้ความพยายามในการวิ่งมากกว่าหลี่เยว่หานไม่น้อย ดังนั้นการที่เหยียนจื่อเซียงมุ่งมั่นหยัดยืนเช่นนี้ได้จึงเป็นสิ่งที่เหนือความคิดของหลี่เยว่หานจริง ๆ
อย่างไรเสีย เหยียนจื่อเซียงก็ถูกโอ๋ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ไหนเลยจะเคยเหนื่อยแสนสาหัสเช่นนี้!