ะคิดว่าอีกฝ่ายเป็นขอทานในหมู่บ้านจางหนิง
“จื่อเซียง นี่นางเฉา แม่ของจ้าวซินเอ๋อร์” หลี่เยว่หานเอ่ยเตือนเสียงเบา
“โอ้” เหยียนจื่อเซียงพยักหน้ารับ จากนั้นวางมือเท้าสะเอวพร้อมพูดว่า “นางเฉาฟังข้าให้ดี ข้าได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว แม้ว่าการออกแบบลวดลายของลูกสาวเจ้าจะเป็นที่ยอมรับ แต่ฝีมือการปักนั้นขาดความประณีต เพียงถูเล็กน้อย ตัวด้ายก็หลุดลุ่ยออกมาแล้ว ดังนั้นร้านขายผ้าเหยียนจะหยุดรับงานปักจากครอบครัวเจ้านับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป อย่ามาร้องไห้โวยวายอยู่ที่นี่ เพราะมันไม่ช่วยสิ่งใด เจ้ากลับบ้านไปสั่งสอนลูกสาวจะดีกว่า เพื่อให้นางปรับปรุงการปักได้อย่างถูกต้อง เมื่อฝีมือนางพัฒนาขึ้น บางทีอาจได้ร่วมทำการค้ากันอีกในภายภาคหน้า”
เหยียนจื่อเซียงกล่าวคำเหล่านี้อย่างเย่อหยิ่งต่อหน้าธารกำนัล โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง นางคว้ามือหลี่เยว่หานและจับมือของมู่ชวน เดินตรงเข้าไปในประตูลานบ้านของหลี่เยว่หาน
นางเฉายังคงตะลึงงันอยู่ที่เดิม ขณะที่เหยียนจื่อเซียงปิดประตูลานบ้านของหลี่เยว่หานเสียงดัง
ภายในลานบ้าน หลี่เยว่หานอดไม่ได้ที่จะคิดว่านิสัยเด็ก ๆ ของเหยียนจื่อเซียงช่างน่าขบขัน “เจ้ากำลังทำสิ่งใด นางเฉาหาได้ทำให้เจ้าขุ่นเคืองเสียหน่อย”
“เจ้าจะไปรู้อะไร” เหยียนจื่อเซียงตอบกลับและขยับเก้าอี้เพื่อนั่งลง “ลายปักของจ้าวซินเอ๋อร์นั้นยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง แต่ฝีมือการปักของนางย่ำแย่มาก แรกเริ่มเดิมทีร้านของเราไม่อยากยอมรับเ