จื่อเซียงหัวเราะเบา ๆ พลางตบฝ่ามือ “พี่สะใภ้ ข้าขออภัยด้วยเจ้าค่ะ! แต่อย่างที่ข้าบอกไป นับจากนี้ข้าต้องการงานปักทั้งหมดของท่านมาขายที่ร้านขายผ้าเหยียน เราไม่ต้องการรับงานชุ่ย ๆ จากจ้าวซินเอ๋อร์อีกต่อไป!”
“อะ อื้ม…” สะใภ้โจวพยักหน้าตอบรับพร้อมทั้งเช็ดน้ำตา
เมื่อเห็นว่าเรื่องจบลงแล้ว หลี่เยว่หานไม่ได้ตั้งใจที่จะอยู่ที่บ้านของพี่สะใภ้โจวนานกว่านี้ พวกนางทั้งสองกล่าวคำอำลากับพี่สะใภ้โจว ก่อนหันหลังเดินออกจากประตูลานบ้าน
อ๊ะ! แต่ทันทีที่พวกนางก้าวออกไปด้านนอก หลี่เยว่หานกับเหยียนจื่อเซียงพลันเห็นนางเฉาที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงและเนื้อตัวมอมแมมนั่งอยู่ด้านหน้าประตู นางหอบหายใจหนัก หน้าผากปกคลุมไปด้วยเหงื่อไคล และเส้นผมบริเวณขมับดูเหมือนจะหลุดหายไปบางส่วน
“คุณหนูเหยียนเจ้าคะ!” เมื่อเห็นเหยียนจื่อเซียงเดินออกมา นางเฉาลุกขึ้นและรีบตรงเข้ามาหาสตรีทั้งสองโดยไม่ได้พูดสิ่งใด จากนั้นนางทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเหยียนจื่อเซียงพลางกอดต้นขาอีกฝ่ายอย่างแรง “เพราะข้าเองที่เป็นหญิงชราผู้โง่เขลา คุณหนูโปรดอย่าเก็บไปใส่ใจ!”
เดิมทีเหยียนจื่อเซียงกำลังอารมณ์ดี จู่ ๆ ถูกหญิงร่างกายสกปรกกอดต้นขาท่อนหนาของตนเอง ใบหน้าของนางมัวหมองลงทันใด พร้อมกับเตะนางเฉาออกไปโดยไม่ลังเล “ขอทานสกปรกผู้นี้มาจากที่ใด กล้าพุ่งตัวเข้ามาอย่างอุกอาจ ระวังข้าจะนั่งทับเจ้าให้แบนติดพื้น!”
ในเวลานี้ดูเหมือนว่าเหยียนจื่อเซียงจะจำนางเฉาไม่ได้ แล