ล่าวคำ
เมื่อรับฟัง สะใภ้โจวจึงมีความสุขมาก นางลุกขึ้นยืนและทำท่าเหมือนจะคุกเข่าลงต่อหน้าเหยียนจื่อเซียง
สิ่งนี้ทำให้เหยียนจื่อเซียงกับหลี่เยว่หานรีบกระโจนตัวเข้าไปห้ามอีกฝ่ายทันที
“พี่สะใภ้โจว อย่าสุภาพไปเลย! ตอนนี้เราต่างเป็นช่างฝีมือ ช่างฝีมือพึ่งพางานฝีมือเพื่อหาเลี้ยงชีพ อย่าต้องคุกเข่าไปเลย!” เหยียนจื่อเซียงเป็นคนตรงไปตรงมา และพูดออกมาตามความคิดตนเอง ด้วยรูปร่างท้วมและแข็งแรงกว่าหญิงสาวทั่วไป นางจึงสามารถยกพี่สะใภ้โจวขึ้นมาอย่างง่ายดาย
“ข้าไม่รู้จะขอบคุณทุกคนอย่างไรจริง ๆ!” ดวงตาของนางแดงก่ำ “ต้าหู่ทำงานหนักหาเงินเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด แต่ไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหน ก็ยังหาเงินได้ไม่มากนัก แถมสุขภาพร่างกายก็ย่ำแย่และต้องพึ่งพายารักษา เรายังไม่มีลูกเนื่องจากค่าใช้จ่ายของครอบครัวตึงมือมากแล้ว แต่หลังจากได้ยินคุณหนูเหยียนพูดเช่นนี้ ขะ… ข้าดีใจเหลือเกิน!”
ขณะกล่าวคำ พี่สะใภ้โจวปีติใจจนหลั่งน้ำตาไหลออกมา
เมื่อเห็นเช่นนี้ เหยียนจื่อเซียงก็ตกใจเล็กน้อย “นี่ถือเป็นเรื่องน่ายินดี ไยจึงต้องหลั่งน้ำตา พี่สะใภ้ อย่าร้องไห้เลย ข้าสัญญาว่าร้านขายผ้าเหยียนจะไม่หักค่าจ้างของท่าน!”
“จื่อเซียง” หลี่เยว่หานไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี อีกฝ่ายตีความไปในทางนั้นได้อย่างไร “พี่สะใภ้โจวร้องไห้ด้วยความดีใจ หาใช่เพราะกลัวเจ้าจะหักค่าจ้างปะไร”
“โธ่ ก็ข้าทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นพี่สะใภ้ร้องไห้เช่นนี้” เหยียน