ี้ยงดูในครอบครัวร่ำรวยนั้นแตกต่างออกไป เหยียนจื่อเซียงที่ดูธรรมดาตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ยามเมื่อปริปากกล่าวคำ ท่าทีสูงส่งของนางกดทับลงบนร่างกายนางเฉา กระทั่งไม่อาจเงยหน้าขึ้นประจันหน้า
นางเฉายกมือตบใบหน้าตัวเองอย่างรุนแรงแล้วกล่าวคำอ้อนวอน “ข้าผิดเองที่เป็นหญิงชราปากพล่อย คุณหนูเหยียน โปรดอย่าเก็บสิ่งนี้ไปใส่ใจเลยนะเจ้าคะ! หานเยว่… พี่สะใภ้หานเยว่ เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นความผิดข้าเอง ล้วนเป็นความผิดของครอบครัวเรา เจ้าเป็นคนมีน้ำใจกว้างขวาง โปรดพูดกับคุณหนูเหยียนแทนข้าด้วยเถิด!”
หลังได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานหันไปถามเหยียนจื่อเซียง “ครอบครัวเจ้าขาดแคลนงานปักหรือ?”
“เปล่า!” เหยียนจื่อเซียงโคลงศีรษะ “จ้าวซินเอ๋อร์ขายงานปักให้ร้านขายผ้าครอบครัวเราตั้งแต่ปีก่อน ทุกครั้งที่ข้าไปตลาด นางจะส่งงานปักมาให้ราวสิบชิ้น อย่างไรก็ตามงานปักเหล่านั้นไม่ค่อยประณีตและไม่เรียบร้อยนัก เพียงใช้มือขยี้แรง ๆ ด้ายปักก็หลุดลุ่ยแล้ว”
“โอ้ เจ้าควรบอกข้าก่อนหน้านี้” หลี่เยว่หานชี้ไปทางครอบครัวโจวที่อยู่ใกล้เคียง “พี่สะใภ้โจวมีฝีมือการปักผ้ายอดเยี่ยมมาก! งานปักรูปบุปผานั้นงดงามเสมือนของจริง! หากเจ้าต้องการผ้างานปักจริง ๆ เจ้าสามารถสั่งซื้อจากพี่สะใภ้โจวได้! นางทำงานรวดเร็วและยังประณีตอย่างยิ่ง!”
“จริงหรือ!” ดวงตาเหยียนจื่อเซียงเปล่งประกาย “ถ้าเช่นนี้รีบพาข้าไปเยี่ยมเยียนพี่สะใภ้โจวโดยเร็ว!”
“ไปกันเถอะ” หลี่เยว