ๆ ที่ไม่เพียงทุบตีข้าจนเกือบตาย แต่ยังกลัวว่าอาการของข้าจะไม่ดีขึ้นจึงมาส่งเสียงเอะอะมะเทิ่งอยู่หน้าบ้านข้าทั้งวัน”
“เฮ้ ถ้อยคำพวกนี้ของเจ้าเหลวไหลสิ้นดี ข้าก็เพียงเป็นห่วงเจ้า ในฐานะชาวบ้านในหมู่บ้านของเรา บ้านไหนมีงานมงคลงานขาวดำมีหรือจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย เหตุใดจึงดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่รับน้ำใจ” สีหน้าของจ้าวโหย่วเฉียนมีรอยยิ้มแข็ง ๆ ประดับไว้
หลี่เยว่หานไม่ได้สนใจคำพูดของเขา แต่หันหน้าไปมองสะใภ้โจวที่อยู่ข้าง ๆ และอวยพรนางเป็นการขอบคุณ ก่อนที่จะมองไปยังจ้าวโหย่วเฉียนแล้วกล่าวว่า “มิตรภาพของเจ้าช่างหนักอึ้งเสียจนข้าไม่อาจรับไว้ได้ อย่างไรเสียนั่นก็คือท่านกวน นายโจรผู้เลื่องชื่อ หากข้ารับเอามิตรภาพนี้ของเจ้ามา ต่อไปข้าคงไม่สามารถเชิดหน้าชูตาเป็นคนดีในหมู่บ้านจางหนิงได้อีก”
“นี่ น้องหานเยว่ ไม่สิ แม่นางหานเยว่ ข้าเองก็ได้ยินมาจากข่าวลือ เป็นแค่เรื่องล้อเล่นเรื่องหนึ่ง เจ้าอย่าได้เก็บไปใส่ใจ” จ้าวโหย่วเฉียนยังคงพูดอย่างไร้ยางอาย “อีกทั้งหากเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เจ้าคงไม่ร้อนรนถึงเพียงนี้”
หลี่เยว่หานไม่ได้ปล่อยให้เป็นไปตามใจเขา หญิงสาวหยิบจอบซึ่งอยู่หลังประตูขึ้นมา ก่อนจะชี้จอบไปทางจ้าวโหย่วเฉียน “เจ้าล้อเล่นกับข้า เจ้าเคยถามหรือไม่ว่าข้าตลกด้วยหรือเปล่า! เรื่องตลกที่คนอื่นไม่คิดว่าตลกนั้นเรียกว่าเกินขอบเขต เข้าใจหรือไม่!”
จ้าวโหย่วเฉียนไม่คาดคิดว่าหลี่เยว่หานจะพูดแล้วทำทันที