นหมู่บ้านของเราไม่ใช่ว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการทำอะไรที่อาจก่อให้เกิดความสงสัยก็ล้วนแล้วแต่แยกบ้านออกไปกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือ?”
“ทำไมกัน เป็นเจ้าที่ต้องตาน้องสะใภ้ที่ยังสาวและสวย หรือเป็นน้องชายของเจ้าที่ต้องตาภรรยาที่แสนงดงามเพริศพริ้งของเจ้ากันเล่า?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หาน สีหน้าของจ้าวโหย่วเฉียนพลันมืดมนลง “เจ้าพูดพล่ามอะไรออกมา!”
“โธ่ เจ้าจะร้อนรนไปใย ข้าก็แค่ล้อเล่น และมันก็เป็นการเดาที่สมเหตุสมผลด้วย จะว่าพูดพล่ามได้ยังไง” หลี่เยว่หานใช้มือข้างหนึ่งถือจอบไว้ สีหน้าของนางสื่อให้เห็นถึงความจริงใจ “หรือว่าข้าไปแทงใจดำเข้าถูกจุดเสียแล้ว?”
สีหน้าของจ้าวโหย่วเฉียนพลันฉายชัดถึงความโกรธเคือง!
ทั้งหมดนี่ไม่ใช่ถ้อยคำที่เขาเคยใช้เพื่อโจมตีหลี่เยว่หานหรอกหรือ! เหตุใดถึงถูกหลี่เยว่หานตอกกลับมาเป็นสิบเท่า!
และเขาไม่อาจโต้กลับได้เลย! ช่างน่าโมโหเสียจริง!
“ผู้ชายอย่างข้าไม่มาสนเรื่องหยุมหยิมเหมือนผู้หญิงอย่างเจ้าหรอก! สงบปากสงบคำของเจ้าไว้เสียบ้าง ไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่ได้มีจุดจบที่ดีแน่!” จ้าวโหย่วเฉียนเอ่ยจบก็ต้องการจะจากไป ทว่าถูกหลี่เยว่หานถือจอบไล่ตามอย่างไม่ลดละ
“ข้าเป็นผู้หญิงที่ทนเห็นคนอื่นมาทำลายชื่อเสียงของตัวเองไม่ได้ วันนี้ข้าต้องจัดการเจ้า!”
ดูเหมือนว่าการประสานเชื่อมโยงกับลัญจกรหยกนั้นแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ หลี่เยว่หานรู้สึกว่าตัวเองวิ่งเร็วขึ้นไม่น้อย
จ้าวโหย่วเฉียนเมื่อเห็