ี่จงเป็นพี่น้องของท่านแม่หรอกหรือ เช่นนั้นก็บอกไปว่าพวกเขาเป็นคนให้ตำลึงเงินมา”
“พี่แสนจะทึ่ม ถ้าพูดไปแบบนั้น พี่ตวนอู่และพี่จงชิวคงพูดถึงเรื่องภรรยาไม่ได้อีก” หมู่บ้านจางหนิงนั้นแตกต่างจากหมู่บ้านไป๋อวิ๋น ทุกคนล้วนร่ำรวย สามารถคิดสิ่งต่าง ๆ ได้มากมายและรวดเร็ว เนื่องจากถูกอิทธิพลพวกนี้กลืนกินเข้าไป ทำให้หลิงซีเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคยเข้าใจเมื่อตอนอยู่ที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็บอกวิธีมาสิ” แม้ว่ามู่ชวนจะฉลาด ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับการพลิกผันเช่นนี้ เขาก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าต้องทำอย่างไร ในหัวของเขามีเพียงความคิดอยากจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของอาสะใภ้เท่านั้น
“ฮึ่ม” หลิงซีมุ่ยปากของนางอย่างอวดดี ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างไม่เต็มใจ “ข้าคิดว่าปล่อยให้ตระกูลจ้าวพูดกันไป อย่างไรเสีย ท่านแม่นั้นตัวตรงย่อมไม่หวั่นเงาเฉเฉียง*[1]”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มู่ชวนก็หัวเราะด้วยความโกรธเคือง “ข้าก็คิดว่าเจ้าจะคิดอะไรดี ๆ ออกมาได้บ้างเสียอีก”
“เอาล่ะ กินข้าวให้เรียบร้อยก่อน พวกเรามาฟังสิ่งที่จ้าวโหย่วเฉียนอยากพูดกันต่อดีกว่า” หลี่เยว่หานพูด แล้วลุกขึ้นดึงมู่ชวนกลับไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว ตักข้าวให้เขาอีกชาม จากนั้นจึงคีบขาหมูชิ้นใหญ่ให้เขาอีกขา พลางเอ่ยว่า “หลายวันมานี้ พวกเขาอยากให้พวกเราเปิดประตูให้นักไม่ใช่รึ อย่างนั้นปล่อยให้เขาพูดคุยอย่างสนุกปากไปอีกสักพัก แล้วข้าจะไปเปิดประตูให้เขา”
เมื่อได้ยิ